หน้าแรก เศรษฐกิจ บลจ.วรรณชี้หุ...

บลจ.วรรณชี้หุ้นไทยไปต่อได้-บลจ.กสิกรไทยชี้ครึ่งปีหลังตราสารหหนี้ผันผวนน้อยลง

30.05.16 | 19:54 น.

นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมองกรอบการเคลื่อนไหวหุ้นไทยสัปดาห์นี้ที่ 1,400 จุด – 1,420 จุด โดยรวมอาจจะดูไม่หวือหวามากนัก แต่ยังมีบางอุตสาหกรรมที่สามารถผลักดันตลาดในช่วงนี้ได้ เช่น กลุ่มโรงพยาบาล ธนาคารพาณิชย์ รับเหมาก่อสร้างและหุ้นขนาดกลางที่เริ่มฟื้นตัว นอกจากนี้ยังคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มิถุนายนนี้ แต่มีโอกาสขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม และหากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบนี้ จะสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัวขึ้น อาจเชื่อมโยงให้เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย


นายมณฑลกล่าวว่า สำหรับบรรยากาศการซื้อขายของตลาดตราสารหนี้ คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยในสัปดาห์นี้ มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในกรอบแคบๆ อาจมีความผันผวนของตราสารระยะยาวบ้าง ทั้งนี้การลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและถือครบอายุ ยังคงเป็นทางเลือกและป้องกันการเสียโอกาสในการลงทุนช่วงที่ตลาดคาดหวังปัจจัยบวกใหม่สนับสนุน โดย บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิดวรรณตราสารหนี้ 3M2 (1FIX-3M2) ซึ่งเป็นกองทุนอายุ 3 เดือน เน้นลงทุนในตราสารหนี้ในและต่างประเทศ ได้แก่ เงินฝากต่างประเทศและตั๋วแลกเงินในประเทศ โดยประมาณการณ์ผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 1.40% ต่อปี

นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังตลาดตราสารหนี้ไทยจะไม่ผันผวนเหมือนครึ่งปีแรก เพราะตลาดรับรู้เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปแล้ว ซึ่งบริษัทคาดว่าปี 2559 เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง โดยไม่น่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมวันที่ 14-15 มิถุนายนที่จะถึงนี้ แต่มีโอกาสปรับขึ้นในครั้งถัดไป อย่างไรก็ตาม คาดว่า อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยในครึ่งปีหลังน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ โดยแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี น่าจะแกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 2.1%- 2.3%

ทั้งนี้ ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ในช่วงครึ่งปีหลัง แม้อาจจะให้ผลตอบแทนที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยแนะนำให้เลือกกองทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของตนเอง รวมถึงระยะเวลาที่ต้องการลงทุน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อยมากและต้องการพักเงินในช่วงระยะสั้นประมาณ 1-2 เดือน อาจเลือกลงทุนในกลุ่มกองทุนตลาดเงิน อาทิ กองทุน K-MONEY และกองทุน K-MPLUS โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวจะเน้นลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ โดยจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 30% และ 50% ตามลำดับ ส่วนผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุน ให้ผลตอนแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 1.20% ต่อปี และ 1.51% ต่อปี ตามลำดับ

Advertisement