หน้าแรก เศรษฐกิจ จอดป้ายประชาช...

จอดป้ายประชาชื่น : หวัง

18.06.19 | 12:00 น.

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ต้นพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าตลาดหุ้นไทยผันผวนปรับขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากมีปัจจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เข้ามากดดันตลาด ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน จนเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) หายไปสักระยะ ก่อนจะพบว่าเริ่มกลับในช่วงเดือนพฤษภาคม เพราะการเมืองไทยเริ่มชัดเจนมากขึ้น อยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลและมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ถึงแม้การเริ่มต้นจะไม่ค่อยดีมากนัก     แต่หลายฝ่ายก็คิดว่าท้ายที่สุดแล้วน่าจะตกลงและทำงานร่วมกันได้ ทำให้ช่วงครึ่งหลังของปี 2562 น่าจะมีแนวโน้มสดใสมากกว่าครึ่งปีแรก

โดย ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ชี้ว่า ปัจจัยภายนอกที่สำคัญ คือ การยกระดับการตอบโต้ในสงครามการค้าของทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาจนกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก แต่อยากให้จับตามองความชัดเจนของนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับมีปัจจัยบวกจากการที่ประธานธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณอาจจะมีมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นต่อจากนี้ โดยเฉพาะการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออาจจะปรับลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเป็นบวกมากขึ้น เพราะอย่างน้อยไทยก็มีรัฐบาลใหม่และมีนายกรัฐมนตรีแล้ว รวมถึงปัจจัยต่างประเทศก็มีแนวโน้มจะดีขึ้นถึงแม้จะยังไม่ชัดเจนมากนักก็ตาม

ด้านบริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โดย สุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ ประเมินว่า น่าจะได้เห็นความชัดเจนของโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลชุดใหม่ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย มองว่าดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นทะลุ 1,680 จุด ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ และช่วง 2-3 เดือนต่อจากนี้รัฐบาลน่าจะทยอยออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศรอบใหม่ อาทิ นโยบายเพิ่มรายได้ภาคครัวเรือน ดูแลราคาสินค้าเกษตรประเภทยางพารา ปาล์มและข้าว คาดว่าจะมีการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพราะขณะนี้ปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขคือ การฟื้นกำลังซื้อของประชาชนฐานราก

แม้หลายปัจจัยยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ภาพรวมมีแนวโน้มผ่อนคลาย จึงถือเป็นความหวังใหม่ที่อาจจะเป็นแรงหนุนให้ทิศทางตลาดหุ้นไทยสดใสมากขึ้นได้