นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจหลังออกประกาศตามมติคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) เห็นชอบให้นำยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล เข้าอยู่ในบัญชีควบคุม โดยผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ซึ่งมีโรงพยาบาลเอกชนกว่า 300 แห่งจากที่ได้ทำหนังสือเชิญ 353 แห่ง เข้าฟังที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า เป็นการชี้แจงครั้งแรกหลังออกประกาศฯ ให้โรงพยาบาลเอกชนได้รับรู้ว่าต้องทำอะไร สร้างความเข้าใจและเป็นธรรมระหว่างกัน ซึ่งเน้นย้ำในประเด็นทุกโรงพยาบาลต้องแจ้งรายละเอียด ราคาซื้อและจำหน่ายยาในกลุ่มบัญชีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตและรายการยาที่มีการจำหน่ายสูงสุด รวม 3,992 รายการมายังกรมฯภายใน 45 วันนับจากออกประกาศ หรือไม่เกินวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ ส่วนราคาเวชภัณฑ์ 868 รายการ และค่าบริการอีก 5,286 รายการ ให้แจ้งภายใน 22 กรกฎาคม โดยกรมฯจะนำมาประมวลกับข้อมูลรอบด้านกับบัญชียาของกรมบัญชีกลาง เป็นต้น และตรวจสอบว่าราคายาที่แต่ละโรงพยาบาลคิดกับคนป่วยนั้นเหมาะสมและไม่ค้ากำไรเกินควร จากนั้นจะส่งราคาจำหน่ายถึงผู้ป่วยที่เหมาะสมในยาแต่ละชนิดว่าไม่ควรจะเกินเท่าไหร่ จากนั้นจะนำข้อมูลขึ้นเว็บไซต์กรมฯและให้ทุกโรงพยาบาลทำคิวอาร์โค้ดให้ผู้ป่วยได้รับทราบว่าการเข้ารักษาในโรงพยาบาลต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องยา ค่าบริการ เท่าไหร่ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน โดยจะสามารถเช็คได้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม
นายวิชัย กล่าวต่อว่า พร้อมกับนี้ ได้ย้ำให้ทุกโรงพยาบาลออกใบสั่งยาที่ระบุว่าเป็นโรคอะไร รายละเอียดของยาและราคายาที่ผู้ป่วยที่เข้ารักษาต้องจ่ายเป็นเท่าไหร่ เพื่อให้ผู้ป่วยมาทางเลือกหากต้องการซื้อยานอกโรงพยาบาล และหากมีการเปลี่ยนแปลงราคายา ราคาเวชภัณฑ์ หรือค่าบริการสำหรับรายการที่แจ้งราคาไว้กรมฯล่วงหน้าก่อนเปลี่ยนแปลงราคา 15 วัน หากไม่มีการแจ้งถือว่าผิดกฎกหมายขายเกินราคามีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“เชื่อว่าหลังวันที่ 12 กรกฎาคม การเก็บค่ายาค่ารักษาเกินพอดีจะไม่มีแล้ว จากนี้ค่าใช้จ่ายเรียกเก็บก็แยกกัน ค่ายาก็ค่ายา ค่าบริการก็ค่าบริการ ส่วนเรื่องร้องเรียนยังมีประปรายอาจเพราะต้องรอดูหลังมีผลใช้จริง ซึ่งหากมีผู้ป่วยร้องเรียนจากนี้ก็จะนำเข้าคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้โดยตรง พิจารณาเป็นกรณีๆ หากพบพฤติกรรมผิดจริงก็จะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย วันนี้ได้กำชับว่าโรงพยาบาลไม่ควรตรวจผู้ป่วยเกินจริงจนค่าใช้จ่ายบวม อย่างกรณีแค่ปวดท้องแต่เก็บหลายหมื่นบาท “
นายวิชัย กล่าวว่า ส่วนที่อาจมีบางโรงพยาบาลยังไม่ปรับราคาใกล้เคียงกับราคาที่กรมฯพิจารณา ก็จะเชิญมาสอบถามและขอความร่วมมือ แต่หากยังฝ่าฝืนก็จะเพิ่มมาตรการกำหนดเพดานกำไรขั้นสูงและราคาจำหน่ายสูงสุด เพื่อให้โรงพยาบาลเก็บราคาจนเกินจริง ซึ่งจะเป็นมาตรการสุดท้ายที่จะใช้อยากยังคงเก็บค่ายาค่ารักษาแพงเป็นร้อยเป็นพันเปอร์เซ็นต์ที่จะมีโทษตามกำหนดทั้งจำคุกและปรับ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทุกโรงพยาบาลจะให้ความร่วมมือกับแนวทางดูแลปัญหาลดความเดือดร้อนจากเก็บค่ายาค่ารักษาแพงเกินจริง
นายวิชัย กล่าวสำหรับแนวคิดทำโครงการโรงพยาบาลธงฟ้านั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร ต้องรับฟังทุกฝ่ายก่อน เบื้องต้นอาจใช้การจัดเกรดเหมือนโรงแรม แล้วติดดาวแทน อย่างโรงพยาบาล 5 ดาว โรงพยาบาล 4 ดาว เป็นต้น

