นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าเปิดรับสมัครโครงการเพื่อขอรับความช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า(กองทุน FTA กระทรวงพาณิชย์) ปีงบประมาณ 2563 ว่าได้มีผู้ประกอบการยื่นเสนอขอรับความช่วยเหลือจำนวน 19 โครงการ วงเงินกว่า 100 ล้านบาท แบ่งตามประเภทสินค้าได้ 7 กลุ่ม จำนวน 17 โครงการ ได้แก่ โคเนื้อ โคนม ผ้าทอ ข้าว มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน และผลิตภัณฑ์จากยางพารา และไม่ได้ระบุประเภทสินค้าอีก 2 โครงการ
นายอดุลย์ กล่าวว่า ขั้นตอนขณะนี้กรมฯนำรายละเอียดของโครงการทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการเงินช่วยเหลือฯ โดยอิงหลักเกณฑ์ตามที่คณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าอนุมัติก่อนนำเสนอโครงการที่ผ่านความเห็นชอบแล้วให้คณะกรรมการฯ ซึ่งมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน พิจารณาต่อไป
“การพิจารณากลั่นกรองโครงการฯต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ต้องมีการดำเนินการล่วงหน้า เพื่อความรอบคอบในการพิจารณาอนุมัติโครงการ โดยต้องเสนอผ่านการประชุมทั้งในระดับคณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการฯ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น และกรมฯ หวังจะได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณปี 2563 เพื่อเริ่มดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือได้ตามแนวทางที่ได้พิจารณากลั่นกรองไว้แล้วต่อไป” นายอดุลย์ กล่าว
นายอดุลย์ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณปี 2562 กรมไม่ได้รับจัดสรรเงินงบประมาณ แต่มีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และพัฒนาระบบบริหารจัดการของสหกรณ์วาริชภูมิ จำกัด 2. โครงการการวิจัยการจัดการซากโคเนื้อ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายเนื้อโคศรีวิชัย และ 3. โครงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านหัวเมือง จ.ยโสธร คาดจะสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นทุกโครงการในปีนี้
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 – ปัจจุบัน กองทุน FTA ภายใต้การกำกับดูแลของกรมฯได้ให้ความช่วยเหลือสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และภาคบริการ รวม 58 โครงการ วงเงินรวม 411 ล้านบาท แบ่งเป็น สินค้าเกษตร 28 โครงการ ได้แก่ โคเนื้อ โคนม ชา ข้าว ส้ม ลิ้นจี่ สับปะรด หอมแดง ปลาน้ำจืด น้ำผึ้ง ไม้ดอก และกาแฟอาราบิกา ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม 21 โครงการ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องหนัง ปลาป่น ยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ เครื่องสำอางสมุนไพร พลาสติก สิ่งทอ และอิฐมอญ และภาคบริการ 9 โครงการ ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร โลจิสติกส์ ท่องเที่ยว ก่อสร้าง วิศวกรรม และโรงแรมสามดาว
