“ทีโอที”โวยกทม.ส่อเอื้อเอกชนกินรวบ”ท่อร้อยสาย” 30 ปี เข้าข่ายผิดกม.พีพีพี-ซ้ำซ้อนโครงการ”มหานครอาเซียน”

18.06.19 | 22:02 น.

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน แหล่งข่าวจากบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า กรณีที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ดำเนินโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท และเตรียมเซ็นสัญญากับเอกชนรายหนึ่งให้เป็นผู้รับเหมาโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินทั้งหมดไปทำการตลาด ระยะเวลา 30 ปีนั้น เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา พล.ต.อ.อัศวิน ชวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม.ลงนามในประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องการปฏิบัติให้ถูกต้องตามประกาศมาตรา 39 แห่งพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ.ศ.2535

แหล่งข่าวกล่าวว่า ประกาศดังกล่าวระบุว่า การติดตั้ง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใดๆ ในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงาน เป็นความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ สั่งให้ผู้กระทำปลดหรือถอนภายในเวลาที่กำหนด ถ้าผู้นั้นละเลย เพิกเฉย นอกจากจะมีความผิดฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามพ.ร.บนี้ต่อไป ตาม มาตรา 39 ประกอบมาตรา 54 แห่งพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ. ศ. 2535 และต้องชำระค่าปรับวันละ 1.5 หมื่นบาท ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตร 63/23(2)

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ยังระบุว่า สายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งานแล้วไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่จะอนุญาตให้บุคคลใดติดตั้งวาง หรือแขวนในที่สาธารณะ ผู้กระทำต้องปลดหรือรื้อถอนออก ส่วนสายสื่อสารที่ติดตั้ง วาง หรือแขวนในที่สาธารณะและยังใช้งานอยู่ เมื่อมีท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่จะอนุญาตให้บุคคลใดติดตั้ง วาง หรือแขวนในที่สาธารณะ ผู้กระทำต้องปลด หรือรื้อถอนออก

แหล่งข่าวกล่าวว่า การออกประกาศดังกล่าว ส่อว่ามุ่งเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนรายเดียวที่มีสิทธิจะให้บริการท่อร้อยสายทั่วกทม.ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ ทีโอที มีโครงการ “มหานครแห่งอาเซียน” แก้ปัญหาเหล่านี้อยู่แล้ว โดยมีโครงการในการลงทุนวางท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในเขตกรุงเทพฯเช่นเดียวกับกทม.และมีการหารือร่วมกับบริษัทสื่อสารเอกชน 7 รายเพื่อเชิญชวนให้มาใช้ท่อร้อยสายดังกล่าว แต่ยังติดขัดในเรื่องอัตราค่าบริการเช่าท่อที่บริษัทเอกชนท้วงติงว่าสูงเกินไป

Advertisement

“การดำเนินการของกทม.ที่ให้บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของกทม.รับหน้าเสื่อก่อสร้างโครงขายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน และให้เอกชนเข้ามารับสัมปทานทำการตลาดให้ 30 ปี อาจมีปัญหาข้อกฎหมายว่าเป็นการให้สัมปทานที่เข้าข่ายพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน พ.ศ.2562 หรือพ.ร.บ.พีพีพีหรือไม่ เนื่องจากโครงการนี้มีการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท และมีระยะเวลาสัมปทานถึง 30 ปี”แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(บอร์ดดีอี) ครั้งที่ 2/2561 ที่มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง อดีตรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 มีมติให้เดินหน้านำสายสื่อสารลงใต้ดินเพื่อรองรับโครงการมหานครแห่งอาเซียน ตามนโยบายของรัฐบาล

แหล่งข่าวกล่าวว่า ทั้งนี้ ให้แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ โดยระยะสั้น เห็นควรให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ร่วมกันดำเนินการวางท่อร้อยสายไฟฟ้าและท่อร้อยสายสื่อสารโทรคมนาคม ไปพร้อมกับการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้า เพื่อให้ทันตามกรอบระยะเวลาของแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน 5 ปี พ.ศ. 2560 – 2564 สำหรับรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน ในพื้นที่ กทม. และให้ปรับลดอัตราค่าเช่าใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินของหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีความต้องการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลรับภาระได้

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับการระยะยาว ให้หน่วยงานที่มีแผนดำเนินโครงการนำสายสื่อสารโทรคมนาคมลงใต้ดินในอนาคต กำหนดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน และหารือร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เพื่อพิจารณาความเหมาะสมด้านความพร้อม ค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน และความคุ้มค่าของการลงทุนในอนาคต