นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อร่วมมือและช่วยเหลือสนับสนุนในการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับนักลงทุน เนื่องจากปัจจุบันการกระทำผิดในตลาดทุนมีความซับซ้อนและยากต่อการหาพยานหลักฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้การร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่จะเพิ่มโอกาสความสำเร็จของการบังคับใช้กฎหมายและการป้องปรามการกระทำความผิดในตลาดทุนได้ดียิ่งขึ้น
นางสาวรื่นวดี กล่าวว่า กระบวนการทำงานของก.ล.ต.จำเป็นที่จะต้องรวบรวมหลักฐานให้มีความถูกต้องและแม่นยำ โดยใช้มาตรฐานสากลเข้ามาช่วยในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐาน เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับการทำงานในด้านตลาดทุน เพราะการกระทำความผิดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดทุน ถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้ต้องมีการดูแลและป้องกันที่รวดเร็ว เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้สามารถรองรับความท้าทายทุกรูปแบบได้ โดยในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมาพบว่า มีกรณีที่เข้าข่ายกระทำความผิดในตลาดทุนกว่า 43 เรื่อง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดต่อไป
“นอกเหนือจากการทำงานร่วมกันในเชิงคดีแล้ว ยังได้หารือกันถึงเรื่องที่จะมีการประชุมของสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ที่มีคณะการทำงานเกี่ยวกับอาชญากรรมทางการเงิน ซึ่งหากก.ล.ต.มีตัวอย่างกรณีการรวบรวมหลักฐานที่ร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก็อาจจะทำข้อเสนอในการจัดอีเว้น เพื่อแสดงผลงานเรื่องการดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในตลาดทุน ให้กับผู้เข้าร่วมการประชุมได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของตลาดทุนคือ การทำให้เกิดความเชื่อมั่น ซึ่งหากไทยสามารถเข้าร่วมการประชุมของยูเอ็นโอดีซีในด้านป้องกันอาชญากรรมครั้งสำคัญนี้ได้ อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยมากขึ้น”นางสาวรื่นวดีกล่าว
นางสาวรื่นวดี กล่าวว่า ก.ล.ต.ได้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อทำหน้าที่ดูแลการวางแผนและการสื่อสารเชิงรุก (วอร์รูม) เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับตลาดทุน ซึ่งได้นำผู้เชี่ยวชาญของก.ล.ต.มาทำงานร่วมกันเพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ รวมถึงได้จัดตั้งคลินิกให้คำปรึกษาสำหรับผู้ต้องหารออกสินทรัพย์ดิจิตอล เนื่องจากนักลงทุนในปัจจุบันอาจยังไม่มีความเชี่ยวชาญหรือไม่ต้องการกรอกเอกสารจำนวนมาก ทำให้จำนวนการขอใบอนุญาตประกอบสินทรัพย์ดิจิตอลมีน้อย จึงจัดผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


