วันที่ 19 มิถุนายน ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์เซ็นทรัลพลาซา (ลาดพร้าว) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับอาร์เอสเอ คอนเฟอเรนซ์ (RSA Conference) และไซเบอร์เทค โกลบอล อีเวนต์ (CYBERTECH Global Events) จัดงาน “Thailand Cybersecurity 2019” มหกรรมนิทรรศการและการประชุมระดับสากล ภายใต้แนวคิด Cybersecurity Digital Transformation เพื่อให้คนไทยพร้อมรับ-ปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย ซึ่งภายในงานได้จัดเวทีสัมมนานำผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาอัพเดทและแชร์เทรนด์ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ใหม่ พร้อมทั้งจัดโชว์นวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัย และจัดรอบการเจรจาธุรกิจด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้สำหรับผู้ประกอบการ รวม 2 วัน ในวันที่ 19-20 มิถุนายนนี้
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวเปิดงานว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้เดินหน้าสานต่อพันธกิจการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลตามกรอบ SIGMA ซึ่งประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ S (Cyber Security) การปกป้องคุ้มครองข้อมูล ทั้งข้อมูลส่วนตัว องค์กรและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ห่างไกลจากภัยไซเบอร์
I (Digital Infrastructure) เน้นให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เช่น โครงการหมู่บ้านประชารัฐ ให้ชุมชนได้เข้าถึงอินเตอร์เน็ต เคเบิลใต้น้ำ และsmart city
G (Digital Government) เน้นวางยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น ประชาชนเข้าถึงภาครัฐดียิ่งขึ้น
M (Digital Manpower) เน้นพัฒนาบุคลากรกำลังสำคัญในการเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศสู่ความเป็นดิจิทัล 4.0
และ A (Digital Applications) สื่อกลางที่ช่วยเปิดอุตสาหกรรมประเทศไทย ทั้งธุรกิจที่มีอยู่ในตลาดแล้วและธุรกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้น
นายพิเชฐ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ด้าน Security ถือเป็นด้านสำคัญที่ส่งเสริมให้ด้านอื่นๆ ทั้ง infrastructure government applications รวมทั้งด้าน manpower สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาระบบสารสนเทศ ถูกคุกคาม โจมตี จาก“ภัยไซเบอร์”อย่างต่อเนื่อง
นายพิเชฐ กล่าวว่า จากข้อมูลของ European Parliament พบสถิติภัยคุกคามไซเบอร์ของโลกที่น่าสนใจ ประจำปี 2018 (พ.ศ. 2561) คือ 92% ของการติดมัลแวร์มาจากช่องทางอีเมล์ และ Web-based attacks –มีแนวโน้มการโจมตีระบบ CMS เพิ่มขึ้น รวมทั้ง Web application/injection attacks – SQL injection is the most common ส่วนฟิชชิ่งถูกใช้เป็นช่องทางการกระจายมัลแวร์ถึง 90% และเป็นต้นเหตุของ data breaches ถึง 72% และยังมี DDoS หรือการจู่โจมเว็บไซต์เป้าหมาย โดยอาศัยการรุมจู่โจมจากหลายๆ ที่พร้อมๆ กัน
นายพิเชฐ กล่าวว่า ในส่วนประเทศไทย จากสถิติการรับมือภัยคุกคามของไทยเซิร์ต ปี 2561 ได้รับแจ้งเหตุและประสานงานรับมือภัยคุกคามทั้งสิ้น 2,520 ครั้ง รูปแบบภัยคุกคามพบมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ ภัยจากการบุกรุกหรือเจาะเข้าระบบ (Intrusion Attempts) รองลงมาคือการฉ้อฉล ฉ้อโกง หรือหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ (Fraud) และการบุกรุกหรือการเจาะระบบได้สำเร็จ (Intrusions) ดังนั้น ภัยคุกคามไซเบอร์ จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนไม่ควรมองข้าม กระทรวงดิจิทัลฯ มีภารกิจในการควบคุม กำกับดูแล และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลให้เป็นไปตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึง สพธอ.ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมธุรกรรมออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ และมีบทบาทใหม่ในการเป็น Regulator หรือผู้กำกับดูแลการทำธุรกิจบริการด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอีก 2 หน่วยงานที่จะเกิดใหม่ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวและดำเนินงานส่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการทำธุรกรรมออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ พร้อมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนไทย ให้ก้าวสู่ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ที่มั่นคงปลอดภัย มีมาตรฐานทัดเทียมนานาชาติ ถือเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องเดินหน้าลงมือทำไปพร้อมกัน

