เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ31.17 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่31.21 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐโดยในคืนที่ผ่านมาการประชุมนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ2.25-2.50% โดยที่มีคณะกรรมการหนึ่งท่าน(James Bullard) ออกเสียงสนับสนุนให้ลดดอกเบี้ย0.25% ในการประชุมครั้งนี้และจุดที่น่าสนใจก็คือคณะกรรมการเฟด7 จาก17 ท่านมองว่าควรจะต้องมีการลดดอกเบี้ยจากระดับปัจจุบัน0.50% ในปีนี้ทั้งนี้เฟดได้ปรับเปลี่ยนคำจำกัดความของการเติบโตเป็นปานกลางจากแข็งแกร่งขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำกว่า2% โดยมีการเพิ่มคำว่าไม่แน่นอนเข้ามาแทนที่คำว่าอดทนสามารถตีความได้ว่าความผันผวนของเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เฟดให้ความสนใจมากที่สุดในช่วงนี้
นายจิติพล กล่าวว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายดังกล่าวส่งผลให้ตลาดการเงินคึกคักต่อเนื่องล่าสุดดัชนีS&P500 ของสหรัฐปรับตัวขึ้นต่อ0.3% ใกล้ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติกาลขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ10ปีปรับตัวลงอีก3.3bps ไปที่ระดับ2.03% พร้อมกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐกับทุกสินทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินหลักน้ำมันหรือทองคำในวันนี้นักลงทุนยังต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยแต่จะมีมุมมองที่ผ่อนคลายลงเหมือนเฟด ด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี) จะมีความซับซ้อนมากกว่าธนาคารกลางอื่นเนื่องจากเงินปอนด์กำลังอ่อนค่าหนักจากปัญหาเบร็กซิทจนอาจมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเข้าพยุงเสถียรภาพของเงินปอนด์ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อสูง
“เชื่อว่าในช่วงสั้นจะมีแรงหนุนค่าเงินบาทจากตลาดทุนที่เปิดรับความเสี่ยงและนโยบายการเงินฝั่งสหรัฐที่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดขณะที่ในระยะยาวธนาคารยังคงเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนปลายปีที่ระดับ31.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐโดยมีความเสี่ยงหลักที่ดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าต่อได้ทั้งจากการเจรจาการค้าหรือภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัวลงเพราะความผันผวนทางการเมืองคาดกรอบค่าเงินบาทวันนี้31.15 – 31.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ” นายจิติพลกล่าว

