นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU)ระหว่างสมาคมการค้าเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกร (CASA)และสมาคมตลาดสินค้าเกษตรจีน (CAWA) กับผู้ประกอบการตลาดกลางภายใต้การส่งเสริมของกรมฯ ได้แก่ ตลาดมรกต ที่ตั้งอยู่ในอ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อเชื่อมโยงขยายตลาดสินค้าเกษตรของไทยในจีนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยจีนจะรับซื้อผลไม้จากตลาดโดยตรง ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเปิดตลาดผลไม้คุณภาพดีของไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้เพิ่มขึ้น เพราะCAWA เป็นผู้นำเข้าผลไม้รายใหญ่ของจีน มีตลาดที่อยู่ในความดูแลกว่า 8,200 แห่ง
“เบื้องต้นจะทำตลาดในผิงเสียง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เริ่มต้นที่ทุเรียน ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ในการทำงาน คือ ทุเรียนที่ส่งไปจากตลาดนี้ เมื่อไปถึงเมืองจีน คุณภาพ รสชาติ ต้องเหมือนกับกินที่เมืองไทย นั่นคือเป้าหมาย หากทำได้เช่นนี้ จะช่วยเพิ่มราคาให้กับทุเรียนไทยได้เพิ่มขึ้น ”นายวิชัย กล่าว
นายวิชัย กล่าวว่า ซึ่งสินค้าที่ส่งออกไปจะมีเครื่องหมาย AGQC เป็นเครื่องหมายที่กรมฯให้การรับรองตลาด 5 ด้าน คือ คัดแยกคุณภาพสินค้า ตรวจสอบสารพิษตกค้าง ตรวจสอบโรคพืชและแมลง มีมาตรฐานการบรรจุหีบห่อ และการเก็บรักษาที่คุมคุณภาพสินค้า ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลมาตรฐาน AGQC สำหรับผลไม้แต่ละชนิดต่อไป เบื้องต้นกำหนดนำผู้ประกอบการไทยที่ได้รับเครื่องหมาย AGQC ไปจีนเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ และขยายตลาด
นายวิชัย กล่าว นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับจีน กรมฯร่วมมือกับตลาดมรกต ตรวจสอบคุณภาพทุเรียนก่อนส่งออกทุกตู้ เพื่อป้องกันปัญหาการส่งทุเรียนอ่อน ทุเรียนไม่ได้คุณภาพไปยังจีน เพราะปัญหานี้ ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของทุเรียนไทย ทำให้ราคาทุเรียนตกต่ำ แต่ถ้าคุมคุณภาพได้ จะทำให้ชื่อเสียงของทุเรียนไทยยังคงได้รับการยอมรับในตลาดจีน และเกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาดีขึ้น แต่เกษตรกรต้องร่วมมือห้ามตัดทุเรียนอ่อนมาส่งขายด้วย
นาย Jiang Bo รองประธานสมาคมตลาดสินค้าเกษตรจีน กล่าวว่าปี 2561 จีนนำเข้าผลไม้จากไทยเป็นอันดับ 1 แต่ราคาเฉลี่ยลดลง ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเรื่องคุณภาพ ทำให้กระทบต่อราคาขาย จึงอยากขอให้ช่วยดูแลให้ดี เพราะหากไม่ได้รับการแก้ไข จะกระทบต่อการส่งออกผลไม้ไทยไปจีน และอาจจะถูกผลไม้ของคู่แข่งของไทย เช่น เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา แย่งตลาดได้

