“VMPC” ชู 2 ขาธุรกิจฝ่าวิกฤติ ลุ้นปี 2563 ตลาดอสังหาฯ ฟื้น

21.06.19 | 14:52 น.

นายปริญญา เธียรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. จำกัด (VMPC) ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งเพื่อขายและให้เช่า เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรก 2562 อยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซบเซา แม้ว่าทางภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ด้านภาษีเพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยการให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้แก่บุคคลทั่วไปที่ซื้อบ้านหลังแรกสำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดที่มีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 200,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน–31 ธันวาคม 2562 ซึ่งมาตรการดังกล่าวเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเพียงบางกลุ่มเท่านั้น

นายปริญญา กล่าววา ในขณะที่การปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยด้วยการกำหนดระดับวงเงินสินเชื่อต่อหลักประกัน (LTV) สำหรับการซื้อบ้านสัญญาที่ 2 และ 3 หรือบ้านที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทขึ้น เพื่อดูแลเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 นั้น ถือเป็นเป็นมาตรการที่ดีสำหรับประเทศไทย แต่ในแง่ของภาคอสังหาริมทรัพย์โดยรวมแล้วคงต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวอีกระยะหนึ่ง และในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 คาดการณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่เข้มข้นและมีการตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คาดว่าปี 2563 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น

“ขณะนี้ปัจจัยที่เป็นปัญหาหลักของตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะเป็นเรื่องของ LTV ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการที่คนในยุคปัจจุบันอยู่ในภาวะ ‘เป็นหนี้เร็ว–เป็นหนี้เยอะ–เป็นหนี้นาน’ เหตุผลที่เป็นหนี้เร็วเพราะพอเรียนจบอายุประมาณ 21–22 ปี เริ่มทำงานก็มีบัตรเครดิตแล้ว บางคนทำบัตรเครดิตพร้อมกันได้ 4–5 ใบ จากนั้นก็จะเข้าสู่ภาวะเป็นหนี้เยอะ เพราะพอผ่านไประยะหนึ่ง หนี้สินก็จะทบต้นทบดอก ย้ายจากบัตรนี้ไปบัตรโน้น กดเงินสดจากบัตรนี้ไปโปะบัตรโน้นก็จะทำให้เป็นหนี้สะสมเพิ่มมากขึ้น และหากไม่มีวินัยทางการเงิน เป็นหนี้ยาวต่อเนื่องเป็นงูกินหาง มีปัญหาด้านการผ่อนชำระ หรือติด Blacklist และหากต้องการขอสินเชื่อซื้อบ้านจากสถาบันการเงินเพราะคนกลุ่มนี้ไม่มีเงินเก็บมากเพียงพอที่จะซื้อบ้านเป็นเงินสดได้ก็จะเกิดปัญหากู้ไม่ผ่าน คนที่อยากมีบ้าน พอติด Blacklist ก็ทำอะไรต่อไม่ได้ ถือเป็นปัญหาที่น่าวิตกในสังคมไทยปัจจุบัน” นายปริญญา กล่าว

“ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าของ VMPC มีผลประกอบการสูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโอ๊ควู๊ดฯ ศรีราชา ที่มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากตั้งอยู่บนทำเลที่เหมาะสมมากๆ ที่สำคัญคือ เป็นพื้นที่ๆ มีความปลอดภัย หรือที่เรียกว่า Safe Zone ทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายที่จะเลือกพักที่โอ๊ควู๊ดฯ ศรีราชา ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งแอสเทรา ไพรด์ และแอสเทรา เบลส ที่แม้ว่ายอดขายชะลอตามภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ VMPC มี Backlog รอโอนอยู่ในระดับที่มากพอสมควร ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่ VMPC โฟกัสธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบ 2 ขา คือ ทั้งเพื่อขายและให้เช่า ซึ่งช่วยซัพพอร์ตในด้านการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี” นายปริญญา กล่าว