หน้าแรก เศรษฐกิจ นโยบาย “การตล...

นโยบาย “การตลาดนำการผลิต” ได้ผล ดันรายได้เกษตรกรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ไม่ต้องพึ่งประชานิยม

24.06.19 | 16:28 น.

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ติดตามผลนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” หลังผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มเกษตรกร เพิ่มการผลิตสินค้าที่ตลาดต้องการ และลดการผลิตสินค้าที่ล้นตลาด มาเป็นเวลา 1 ปีเศษ  พบตัวเลขสำคัญ เกษตรกรรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรพบว่า เกษตรกรมีรายได้เงินสดสุทธิทางการเกษตรในปีเพาะปลูก 2560/2561 แตะระดับ 74,483 บาทต่อปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 58,975 บาทต่อปี ถึงร้อยละ 26.30 และเมื่อวิเคราะห์ตัวเลขเปรียบเทียบ 5 ปีย้อนหลัง พบว่า ในปีเพาะปลูก 2560/2561 เกษตรกรมีรายได้ที่ก้าวกระโดดทั้งในเชิงตัวเลขรายได้และอัตราการเติบโต


นายกฤษฎากล่าวว่า กุญแจสำคัญผลักดันรายได้เกษตรกรพุ่งสูงขึ้น จากการบริหารอุปสงค์ อุปทาน ให้เหมาะสม  ตามนโยบาย“การตลาดนำการผลิต”

ตัวอย่างเช่น ข้าว พืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย ด้วยนโยบายดังกล่าว กระทรวงฯ ได้มีมาตรการส่งเสริมการผลิตข้าวให้พอดีกับความต้องการของตลาด และเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวบางส่วนไปเป็นพืชทางเลือกอื่นที่ตลาดต้องการ และมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกเจ้าอยู่ที่ราว 7,000-8,000 บาท ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่าตันละ 15,000 บาท

นายกฤษฎาย้ำว่า นโยบาย “การตลาดนำการผลิต” เป็นทางออกให้กับทั้งเกษตรกร และภาครัฐ กล่าวคือ เกษตรกรจะไม่ต้องทนทุกข์กับการผลิตสินค้าออกมาแล้วไม่มีที่รับซื้อ และการถูกกดราคาสินค้าเนื่องจากสินค้าล้นตลาด และเป็นทางออกของภาครัฐ ที่จะไม่ต้องทุ่มเงินภาษีประชาชนมาอุ้มราคาสินค้าเกษตรจนกลายเป็นปัญหาลูกโซ่กระทบทั้งเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอย่างที่ผ่านมา

Advertisement