นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยถึง
แนวทางการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทว่า บริษัทยังคงเดินหน้าไปตามยุทธศาสตร์หลักที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาโครงการบนที่ดินทำเลดี ใจกลางเมือง และไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาและแผนการขยายงานในอนาคตจะยังคงยึดในแนวทางนี้เป็นหลัก โดยอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในวงการอสังหาริมทรัพย์ในเวทีระดับโลกทั้งนี้ บริษัทได้ร่วมทุน (Joint Venture Agreement) กับ ครีท กรุ๊ป (Creed Group) บริษัทที่มากประสบการณ์การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จากญี่ปุ่น และพัฒนาผลงานที่เติบโตอย่างมากตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมาทั้งในญี่ปุ่น และภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา อินโดนีเซีย สปป.ลาว และบังคลาเทศ นับเป็นมูลค่าการพัฒนาโครงการรวม (GDV) แล้วกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้ง ยังมีแนวทางขยายการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยเป็นตลาดเป้าหมายที่สำคัญ
“การทำงานร่วมกันครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นการเปิดมิติการลงทุน และการขยายธุรกิจ ที่อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ และ ครีท กรุ๊ป มองถึงการเติบโตที่เดินหน้าไปพร้อมกัน ทั้งการเพิ่มมูลค่าให้กับการพัฒนาโครงการอสังหาฯของบริษัทเอง และการผลักดันรายได้และกำไรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต” นายชยพล กล่าว
นายโตชิฮิโกะ มูเนโยชิ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ ครีท กรุ๊ป เปิดเผยว่า เราประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในหลายประเทศ และประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญของภูมิภาค เรามุ่งเน้นลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยมในทำเลที่กำลังมาแรง และต้องเป็นโครงการที่น่าสนใจและมอบสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ซึ่งโครงการ อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ นั้นตอบโจทย์และเป็นโครงการร่วมทุนแรกกับอัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นรูปแบบการร่วมลงทุนพัฒนาโครงการ โดยจัดตั้งบริษัทร่วมทุนคือ บริษัท อัลติจูด ครีท ตลาดพลู จำกัด โดยอัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ถือหุ้น 51% และ ครีท กรุ๊ป ถือหุ้น 49% นำร่องพัฒนาโครงการแรกคือ โครงการ “อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ” นับเป็นโปรดักส์ไฮไลท์ที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และสอดรับกับการขยายตัวของเมืองกับเส้นทางรถไฟฟ้า อีกทั้งจากศักยภาพของทำเลที่ตั้งโครงการ ทำให้การแข่งขัน
ในโซนนี้เริ่มคึกคักมากขึ้น
นายมูเนโยชิกล่าวว่า สำหรับโครงการ “อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ” มีมูลค่าโครงการ 2,400 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมไฮไรส์ สูง 34 ชั้น อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ตลาดพลู โดยจะมีการสร้างสะพานที่เชื่อมติดกับสถานีรถไฟฟ้าตลาดพลู บนที่ดินกว่า 2 ไร่ จำนวน 711 ยูนิต ขนาดห้องมี 4 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ One Bedroom เนื้อที่ 23.64 – 34.56 ตร.ม., One Bedroom Plus เนื้อที่ 36.98 – 45.18 ตร.ม. Loft One Plus One Bedroom เนื้อที่ 39.08 – 69.28 ตร.ม. ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 และคาดการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2564
นายขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการอัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ นับเป็นคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพตลาดพลู ย่านนิว ซีบีดี
แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ และเป็นโครงการแฟล็กชิพอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่จะมาสร้างมุมมองใหม่และวิถีชีวิตที่แตกต่างให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ CBDs อาทิ สยาม สีลม สาทร ความโดดเด่นของทำเลตลาดพลูที่มากไปกว่านั้น คือเรื่องของความสะดวกสบายในการเดินทาง มีการเชื่อมต่อการเดินทางที่หลากหลายสู่ศูนย์กลางธุรกิจ ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล และยังมีสถานีรถไฟฟ้า อีกทั้งไม่ไกลจากพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจสีลมและสยามมากนัก


