เวลา 11.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,721.33 จุด จากนั้นเคลื่อนไหวในแดนลบที่ระดับ 1,718.08 จุด ปรับลดลง 3.25 จุด หรือ 0.19% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,723.24 จุด ทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ระดับ 1,716.02 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 18,563.84 ล้านบาท
โดยแหล่งข่าวจากบล.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าอาจต้องเผชิญกับแรงขายระยะสั้น หลังถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 มิถุนายน 2562) ไม่ได้ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยตามการคาดการณ์ของตลาด จึงสร้างความผิดหวังให้กับตลาดพอสมควร ทำให้มองว่าดัชนีจะลดลงมาหาแนวรับที่ระดับ 1,712 และ 1,700 จุด แต่คาดว่าบริเวณระดับ 1,700 จุด ยังเป็นจุดรองรับได้ ขณะที่ผลการเจรจาระหว่างประธานาธบดีสหรัฐฯและผู้นำจีน ในช่วงการประชุม G20 ปลายสัปดาห์นี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดในสัปดาห์หน้า โดยให้แนวต้านไว้ที่ 1,725 และ 1,730 จุด ส่วนประเด็นสำคัญในวันนี้ ต้องติดตามประชุมกนง. และศาลรธน. ว่าจะรับหรือไม่รับวินิจฉัยการถือหุ้นสื่อของส.ส.รัฐบาล
สำหรับกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ ซื้อถือ หรืออ่อนตัวซื้อสะสม โดยแนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายระยะสั้นและยาวจากภาครัฐ อาทิ ROBINS, CPALL, BJC, STEC, CK, SEAFCO, AMATA, WHA, ROJNA หุ้นที่มีผลการดำเนินงานฟื้นตัว WORK หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรฯ อาทิ PTT, PTTEP, PTTGC, IRPC, TOP และกลุ่มแบงก์ อาทิ BBL, KTB, KBANK เนื่องจากคาดว่าหุ้นกลุ่มพลังงานและแบงก์ จะเป็นเป้าหมายถัดไปที่มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้า
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

