นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด เปิดเผยว่า โครงการประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 11 เพื่อเฟ้นหา สนับสนุนและยกย่องเกษตรกรที่มีศักยภาพในการเป็นต้นแบบสำหรับเกษตรกรยุคใหม่ สำหรับปีนี้ โครงการเน้นสรรหาเกษตรกรต้นแบบ ภายใต้แนวคิดเกษตรวิถีอินทรีย์แบบครบวงจร เนื่องจากความต้องการอาหารปลอดภัยของตลาดโลก โดยผลผลิตของเกษตรอินทรีย์ในเอเชียและออสเตรเลียมีมูลค่าสูงถึง 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเองก็เห็นความสำคัญของเกษตรอินทรีย์ ด้วยการผลักดันสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยสู่ตลาดโลก และมีการกำหนดยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560-2564 โดยมีแผนจะเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ จากเดิม 3 แสนกว่าไร่ ให้เป็น 6 แสนไร่ภายในปี 2564

นายบุญชัยกล่าวว่า เกษตรวิถีอินทรีย์ ประกอบด้วย 4 ข้อ ได้แก่ สุขภาพ, นิเวศวิทยา, ความเป็นธรรม, และการดูแลเอาใจใส่ นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมี 4 ส่วน คือ 1.กระบวนการผลิต 2.การขนส่ง 3.คำนึงถึงผู้บริโภค และ 4.การจัดการหรือกำจัด
สำหรับผู้เข้าประกวด จะต้องไม่เคยเป็นเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด มีอายุระหว่าง 17-50 ปี เป็นผู้ผลิตสินค้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมาตรฐานอื่นๆ รวมถึงเกษตรกรที่อยู่ในระยะปรับเปลี่ยนก้าวสู่การเป็นเกษตรอินทรีย์ ทั้งยังมีการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อลดต้นทุน สร้างรายได้ เพิ่มผลผลิต และสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางด้านการเกษตร พร้อมทั้งมีจิตสำนึกรักบ้านเกิด และมุ่งพัฒนาการเกษตรวิถีอินทรีย์อย่างยั่งยืน ผู้ผ่านการคัดเลือก จำนวน 10 ท่าน จะได้รับเงินสนับสนุนพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท
ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมประกวดได้ 3 ช่องทาง คือ 1.สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน 2.สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ และ 3.ส่งใบสมัครและเอกสารมาได้ที่มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดโดยตรง เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562



เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


