“PRO” โชว์กำไรแกร่ง โต 3 ปีต่อเนื่อง เตรียมยื่นตลท. ขอเทรดในกระดานหุ้นถาวร

27.06.19 | 18:12 น.

รศ.ดร. วิไลลักษณ์ สกุลภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเฟสชันแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) หรือ ‘PRO’ เปิดเผยว่า หลังจากได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่ และเข้ามาบริหารงานได้ร่วม 5 ปี สามารถปรับปรุงธุรกิจให้เข้มแข็งขึ้นอย่างมั่นคง และสร้างผลประกอบการให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีรายได้รวม 266 ล้านบาทในปี 2560 และ 277 ล้านบาทในปี 2561 มีกำไรสุทธิเติบโตสูง 65% จากกำไรสุทธิ 20 ล้านบาทในปี 2560 เป็น 33 ล้านบาทในปี 2561 ส่วนในไตรมาส 1 ปี 2562 บริษัทฯยังเติบโตต่อเนื่อง มีรายได้รวม 76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 54 ล้านบาทในปี 2561 และมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปีนี้จำนวน 13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิ 0.45 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2561 ดังนั้นบริษัทฯมีแผนจะยื่นขออนุญาตตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)นำหุ้นกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อย่างถาวรในปีหน้า

“จุดเด่นของ PRO มีหลายประการ คือ บริษัทเป็นผู้ให้บริการรับบำบัดของเสียอุตสาหกรรม ทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย โดยมีพื้นที่ของโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ พื้นที่โดยรวมทั้งหมด 918 ไร่ ปัจจุบันใช้งานในพื้นที่ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด ดังนั้นยังมีศักยภาพรองรับกากของเสียให้บริการได้อีกไม่ต่ำกว่า 30 ปี ขณะที่สถานะการเงินบริษัทมีความเข้มแข็ง มีอัตรากำไรสุทธิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย นอกจากนี้ บริษัทยังมีธุรกิจหลอมอลูมิเนียมสำเร็จรูป ดำเนินธุรกิจโดยบริษัทย่อยคือ บริษัท เจทีเอส อลูมิเนียม แอนด์ เมทเทิล จำกัด ดำเนินธุรกิจภายใต้ใบอนุญาตอย่างถูกต้องของกรมโรงงาน โดยนำอลูมิเนียมและขี้เถ้าอลูมิเนียมนำกลับมาหลอมใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับมาตรฐาน เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าในประเทศต่อไป ซึ่งธุรกิจนี้มีอัตรากำไรที่ดีและมีอนาคตที่จะเติบโตต่อเนื่อง”

นายพลพิพัฒน์ ศรีสุวรรณ กรรมการบริหาร บริษัท โปรเฟสชันแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจหลักของ PRO คือ 1. การกำจัดกากอุตสาหกรรม ที่ไม่เป็นอันตรายและเป็นอันตราย ซึ่งใช้ระบบฝังอย่างปลอดภัยและถูกหลักสุขาภิบาล (Sanitary & Secure Landfill) โดยมีศูนย์บำบัดกากอุตสาหกรรม จังหวัดสระแก้ว พื้นที่ 918 ไร่ โดยมีกำลังการผลิตการกำจัดกากอุตสาหกรรมแบบที่เป็นอันตราย 82,500 ตันต่อปี และมีกำลังการผลิตการกำจัดกากอุตสาหกรรมแบบที่ไม่เป็นอันตราย 330,000 ตันต่อปี โดยบริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ลำดับที่ 101, 105, 106 ที่ได้รับจากกรมโรงงานกระทรวงอุตสาหกรรมและความเห็นชอบในรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากสำนักงานนโยบายสิ่งแวดล้อม เป็นใบอนุญาตความเห็นชอบที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา และไม่ต้องต่ออายุ

2. การนำของเสียมาใช้รีไซเคิล คือการทำเชื้อเพลิงผสม เป็นระบบที่ใช้ในการผสมและปรับสภาพกากของเสียที่มีความร้อน ให้กลายเป็นพลังงานทดแทนหรือเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับเตาเผาโรงงานปูนซีเมนต์ 3. ระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย จากหลุมฝังกลบและน้ำเสียจากกิจกรรมต่างๆในโรงงาน ซึ่งมีความสามารถในการบำบัดสูงสุด 70 – 125 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

นายพลพิพัฒน์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนและนโยบายในการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการให้บริการโดยในปีที่ผ่านมามีการก่อสร้างอาคารห้องปฎิบัติการแห่งใหม่ เพื่อรองรับการวิเคราะห์กากอันตราย ซึ่งจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในอนาคต และมีแผนในการก่อสร้างโรงงานทำปุ๋ยและโรงงานทำอิฐบล็อกเพื่อนำกากอุตสาหกรรมบางชนิดให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก นอกจากนี้ บริษัทได้รับประโยชน์จากนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของรัฐบาลที่ส่งเสริมการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม เขตจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และ ปราจีนบุรี ทำให้บริษัทมีโอกาสได้งานเพิ่มมากขึ้น จากการเปิดโรงงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับ EEC

Advertisement