หน้าแรก เศรษฐกิจ 14 จว.ภาคใต้จ...

14 จว.ภาคใต้จี้รบ.แก้หนี้สิน-ค่าครองชีพ-ว่างงาน ดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวเพิ่ม

1.06.16 | 11:55 น.

วันที่ 1 มิถุนายน ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคภาคครัวเรือนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ 420 ตัวอย่าง เดือนพฤษภาคม พบว่าปัจจัยที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ามีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมากที่สุด คือหนี้สินครัวเรือนร้อยละ 25.4 ค่าครองชีพ ร้อยละ 21.6 และการว่างงานร้อยละ 20.7 ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือเป็นอันดับแรกคือ หนี้สินครัวเรือน ค่าครองชีพและการว่างงาน

“ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย. ยกเว้นดัชนีความเชื่อมั่นด้านรายได้จากการทำงานที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับตัวลดลงจากเดือน เม.ย.” ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าว

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยมีภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โอกาสในการหางานทำ ได้งานใหม่ และรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าทุกด้าน โดยเฉพาะรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากเดือน พ.ค.เป็นช่วงเปิดเทอมของโรงเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองต้องใช้เงินกับค่าใช้จ่ายของบุตรหลาน

“สอดรับกับการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ในโครงการเทใจคืนสุข จำหน่ายสินค้าราคาส่วนลดในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศและให้โรงรับจำนำของรัฐเตรียมเงินหมุนเวียนไว้รองรับ 1 พันล้านบาท พร้อมทั้งยืดอายุตั๋วจำนำเป็น 6 เดือน” ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าว

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับรายจ่ายด้านการท่องเที่ยวปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากในเดือน พ.ค.มีวันหยุดติดกันหลายวัน วันหยุดที่รัฐบาลได้อนุมัติเพิ่มเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยประกาศให้วันที่ 6 พ.ค.59 เป็นวันหยุดต่อเนื่องจากวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล ทำให้มีวันหยุดยาว ทำให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

Advertisement

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมคงที่ร้อยละ 61 และรายได้จากการทำงานไม่เปลี่ยนแปลง ร้อยละ 59.5  มีเพียงร้อยละ 24.1 คาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเพิ่มขึ้น และรายได้จากการทำงานในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะปรับเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 28 ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะรายจ่ายด้านการท่องเที่ยวร้อยละ 27.2 และรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือนร้อยละ 24.1