สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทยออกโรงตีกันแนวคิดสรรพสามิตเล็งขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ชี้กระทบต้นทุน สินค้าแพงขึ้น คนเลิกดื่มจนกระทบผู้ผลิตปิดตัว วอนทบทวนผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มออกจากระบบคิดฐานภาษี
นายชัชวาลย์ มณีทัพ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมนมไทยในปี 2559 น่าจะมีมูลค่าประมาณ 58,000 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 5-6% เทียบกับปี 2558 ปัจจัยจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์นมไทยให้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น เนื่องจากภาพรวมของตลาดนมอาเซียน มีมูลค่าสูงถึง 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 450,000 ล้านบาท โดยประเทศไทย ถือเป็นผู้นำอุตสาหกรรมนมที่มีคุณภาพสูงสุดในอาเซียน จึงมีความได้เปรียบที่จะเข้าไปเจาะตลาดในทุกประเทศ โดยเฉพาะการเจาะตลาดนมคุณภาพสูง (พรีเมียม) ในตลาดสิงคโปร์ และเวียดนาม ตลาดนมพร้อมดื่มประเทศลาว กัมพูชา และพม่า หากไทยสามารถเจาะตลาดอาเซียนได้จะช่วยให้มูลค่าของอุตสาหกรรมนมไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงปีละ 10%
นายชัชวาลย์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมเริ่มมีความวิตกต่อแนวคิดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกินเกณฑ์มาตรฐานสุขภาพ ได้แก่ น้ำอัดลม ชาเขียว กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำผลไม้ นมถั่วเหลือง และอาจครอบคลุมถึงไปผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยว ตลอดจนนมพร้อมดื่มด้วย ทางสมาคมกังวลว่าหากรัฐบาลตัดสินใจจัดเก็บภาษีในผลิตภัณฑ์นม จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นของอุตสาหกรรมนมไทยทั้งระบบ จนผู้บริโภคในประเทศจะต้องดื่มนมในราคาสูง และบางส่วนอาจเลิกดื่มนมหันไปบริโภคสินค้าอื่นทดแทน รวมทั้งกระทบต่อผู้ประกอบการไทย จนไม่สามารถแข่งขันในการส่งออกกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ดังนั้น สมาคมจึงเห็นว่าไม่ควรที่จะจัดผลิตภัณฑ์นมให้เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้การป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้านอาหารและโภชนาการ และใช้ระบบภาษีเข้ามาควบคุมการบริโภค แต่ควรส่งเสริมให้มีการบริโภคผลิตภัณฑ์นมมากขึ้น เพราะเป็นอาหารที่เป็นประโยชน์ และรัฐบาลควรที่จะให้ความรู้ต่อผู้บริโภคเรื่องการเลือกบริโภคอาหารสุขภาพและความสมดุลทางโภชนาการต่อไป
“สมาคมอุตสาหกรรมนมฯเห็นว่านมเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และยังเป็นสินค้าควบคุมราคา ทั้งนมดิบและผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คนไทยได้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีราคาไม่แพง การที่รัฐบาลมีแนวคิดจะขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล โดยอาจครอบคลุมผลิตภัณฑ์นมด้วย อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมนมทั้งระบบจนไม่สามารถอยู่ได้ โดยหากรัฐบาลขึ้นภาษี 25% เท่ากับว่าผลิตภัณฑ์นมจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 25% ซึ่งท้ายที่สุดต้นทุนดังกล่าวก็จะตกไปสู่ผู้บริโภค ทำให้ต้องดื่มนมแพง และบางส่วนอาจเลิกดื่มไปเลย รวมทั้งต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนได้อีกเลย เพราะไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากมีต้นทุนที่แพงกว่า” นายชัชวาลย์กล่าว

