นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยถึงสถานการณ์รับสร้างบ้านในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 2 ปีนี้ว่าค่อนข้างอืด เนื่องจากผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ซึมยาว กอปรกับในเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา มีวันหยุดเทศกาลหลายวัน และเป็นช่วงเปิดเทอมใหม่ ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายหยุดพักการใช้จ่ายเรื่องบ้าน ทำให้ตลาดรับสร้างบ้านในช่วงดังกล่าวกลับมาชะลอตัวอีกครั้ง หลังจากที่ไตรมาสแรกมีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว ส่งผลให้มีการแข่งขันราคารุนแรงมากขึ้น หลายๆ รายหั่นราคาขายจนแทบจะเหลือแค่ต้นทุน เพื่อต้องการมีงานไว้เลี้ยงช่างและมีเงินหมุนเวียนเท่านั้น สวนทางกับต้นทุนค่าวัสดุที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น
“สภาพการแข่งขันราคาที่รุนแรงของผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อย อาจดูเป็นผลดีในแง่ของผู้บริโภคที่ตัดสินใจสร้างบ้านในช่วงนี้ เพราะค่าก่อสร้างบ้านราคาลดลงกว่าภาวะปกติ แต่ในอีกมุมหนึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงได้เช่นกัน หากว่าผู้ประกอบการที่ผู้บริโภคเลือกว่าจ้างรายนั้นๆ มีปัญหาการเงินในภายหลัง เหมือนเช่นที่เคยเกิดปัญหามาแล้ว เมื่อครั้งวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ซึ่งผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย “สร้างบ้าน ไม่ได้บ้าน” บางรายโชคดีบ้านสร้างเสร็จก่อน แต่ทว่าเมื่อบ้านมีปัญหาต้องซ่อมแซมภายหลัง กลับตามตัวผู้ประกอบการไม่ได้เพราะเลิกกิจการไปแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียนที่ผู้บริโภคควรศึกษาและไตร่ตรองมากๆ ก่อนตัดสินใจสร้างบ้านกับผู้ประกอบการรายที่ใช้วิธีหั่นราคาต่ำมากๆ” นายสิทธิพรกล่าว
นายสิทธิพรกล่าวว่า จากการสำรวจความเห็น ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ ส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าในช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาส 2 นี้ ความต้องการสร้างบ้านและกำลังซื้อผู้บริโภคมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันราคาที่รุนแรง ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มผู้นำตลาด ซึ่งสมาคมฯ ได้ให้คำแนะนำให้ผู้ประกอบการควรใช้ประโยชน์จากความเป็นเครือข่ายสมาชิกสมาคมฯ ที่มีผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างร่วมอยู่ด้วย เพื่อช่วยกันหาทางลดต้นทุนการผลิตหรือค่าการตลาดร่วมกัน เพื่อจะทำให้ราคาบ้านต่ำลงและสามารถแข่งขันได้ โดยไม่ทำให้คุณภาพและบริการที่ลูกค้าจะได้รับลดลง

