นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค(เงินเฟ้อทั่วไป)เดือนมิถุนายน 2562 เท่ากับ 102.94 สูงขึ้น 0.87% เทียบเดือนมิถุนายนปีก่อน และลดลง 0.36% จากเดือนพฤษภาคมปีนี้ ซึ่งเป็นเงินเฟ้อขยายตัวแบบชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ของปีนี้ ปัจจัยบวกที่มีผลต่อเงินเฟ้อสูงขึ้นคือ สินค้ากลุ่มอาหารสด สูงขึ้น 6.35% โดยเฉพาะผัก ผลไม้ ข้าวสารและเนื้อสุกร ขณะที่ปัจจัยลบทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวคือสินค้ากลุ่มพลังงานหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยลดลง 3.86% ตามราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ทั้งนี้ในเดือนมิถุนายนสินค้าที่ราคาสูงขึ้น 238 รายการ ไม่เปลี่ยนแปลง 88 รายการ และลดลง 96 รายการ
นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน(หักสินค้ากลุ่มอาหารสดและพลังงาน)เดือนมิถุนายน 2562 ขยายตัว 0.48% โดยเงินเฟ้อทั่วไป 6 เดือนแรกปีนี้ ขยายตัว 0.92% และเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 0.58% ซึ่งเป็นขยายตัวในอัตราต่ำกว่าคาดการณ์เดิม และแนวโน้มราคาน้ำมันหดตัวแรงกดดันเงินเฟ้อลดลงกว่าช่วงที่ผ่านมา กระทรวงจึงได้ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2562 ใหม่ จากเดิมกรอบขยายตัว 0.7-1.7 % และค่ากลาง 1.2% เหลือ 1% จากกรอบขยายตัว 0.7-1.3% บนสมมุติฐานปัจจัยจีดีพีขยายตัว 3.3-3.8% ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 31.32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อค่าครองชีพภาคครัวเรือนชะลอตัวเพิ่มขึ้น และต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบของภาคธุรกิจลดลง
“ หากเทียบเงินเฟ้อทั้งปีลดลงจากปีก่อนที่บวก 1.07% เหลือ 1% เป็นอัตราลดลงอีกครั้งหลังจากปี 2561สูงขึ้นในรอบ 4 ปี ก็ยังไม่ถือว่าไทยเข้าภาวะเงินฝืด เพราะดูดัชนีการผลิตและก่อสร้างทั่วไปยังขยายตัวได้อยู่ โดยยังเชื่อว่าหลังรัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศและผลักดันภาคเกษตรให้มีรายได้และราคาดีขึ้น จะช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังสูงกว่าครึ่งปีแรก โดยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อไตรมาส 3 ขยายตัว 1% และไตรมาส 4 ขยายตัว 1.2% “ นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว

