“เนสกาแฟ” จับเทรนด์รุ่นใหม่ มุ่งโมเดลร้านกาแฟสด ผุดเนสกาแฟ ฮับ แนวรถไฟฟ้าเพิ่ม หลังกระแสดีเกินคาด

1.07.19 | 16:52 น.

นายศุภวัฒน์ คามีเยาน์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนากลุ่มธุรกิจกาแฟ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังเปิดตัว “เนสกาแฟ ฮับ” ร้านกาแฟสด สไตล์ออนเดอะโก ครั้งแรกในประเทศไทย บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชิดลม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 มีกระแสตอบรับจากผู้บริโภคเกินคาดหมาย มียอดขายรวมกว่า 120,000 แก้วในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จึงใช้งบกว่า 50 ล้านบาท เพิ่มสาขาเนสกาแฟ ฮับ กว่า 15 สาขาใหม่ ภายใน 1 ปี โดยปีนี้ทยอยเปิดแล้ว 3 สาขาที่บีทีเอสเอกมัย เมื่อเดือนมีนาคม ที่บีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ เดือนเมษายน และล่าสุดปลายเดือนมิถุนายน ที่บีทีเอสอารีย์

นายศุภวัฒน์ กล่าวว่า การขยายสาขาเนสกาแฟ ฮับ บนสถานีรถไฟฟ้า เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของบริษัทในการพัฒนา และขับเคลื่อนธุรกิจเนสกาแฟให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างครอบคลุมที่สุด ทั้งสำหรับการดื่มกาแฟในบ้านและนอกบ้าน โดยใช้กลยุทธ์การสร้าง เนสกาแฟ ฮับ ให้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมทุกความผูกพันให้กับคนรักกาแฟสดและผู้ใช้บริการบีทีเอส ซึ่งเนสกาแฟ ฮับ บน 3 สถานีบีทีเอสที่เพิ่งเปิดใหม่ มีศักยภาพและเป็นศูนย์กลางการสัญจรของคนกรุงเทพฯ ที่คับคั่งรวมกว่า 120,000 คนต่อวัน ทั้งนี้ตั้งเป้าจะขยายเนสกาแฟ ฮับ เพิ่มให้ครบ 50 สาขาในใจกลางกรุงเทพฯ และศูนย์กลางการขนส่งภายในปี 2563 มียอดขายเติบโตกว่า 600% หรือประมาณ 400,000 แก้ว ผลักดันยอดขายโดยรวม 20 ล้านบาท

“กลยุทธ์ปีนี้ในการสร้างเนสกาแฟ ฮับ ให้เป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่ เริ่มจากการเข้าใจผู้บริโภค (Consumer Centric) ที่เนสกาแฟฮับ เราให้ความสำคัญกับประสบการณ์การดื่มด่ำกาแฟสด ตั้งแต่การคัดสรรกาแฟคุณภาพ โดยเราเลือกเฉพาะเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% และนมสดแท้มาทำเครื่องดื่ม ผ่านบริการที่ดีเยี่ยมจากบาริสต้าที่จะคอยให้ความรู้และแนะนำเครื่องดื่มให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และบริการที่รวดเร็วตามคอนเซ็ปต์แกร็บแอนด์โก (Grab and Go) ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า การันตีผู้บริโภคได้รับเครื่องดื่มของตัวเองภายใน 3 นาที” นายศุภวัฒน์กล่าว

นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า เนสกาแฟ ฮับ เป็นอีกหนึ่งในโครงการต้นแบบที่สำคัญของเนสกาแฟที่มุ่งขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมทุกทิศทาง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การดื่มกาแฟสดของร้านกาแฟในระหว่างเดินทาง ตอบสนองเทรนด์และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคปัจจุบัน และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างบริษัทเคส แมนเนจเมนท์ มาเป็นพันธมิตรทำงานร่วมกับเนสกาแฟในการบริหารงานที่ร้านเนสกาแฟ ฮับ และการร่วมพัฒนาเครื่องดื่มใหม่ๆ นอกจากนี้ เนสกาแฟ ฮับ ยังเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี Online to Offline หรือ O2O เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภค สามารถสั่งเครื่องดื่มออนไลน์ และสั่งเครื่องดื่มแบบเดลิเวอรี่ได้ ผ่านแพล็ตฟอร์มดิจิทัล