นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยช่วง 5 เดือนของปี 2562 มีมูลค่า 4,605.80 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 9.98% คิดเป็นเงินบาท 145,264.11 ล้านบาท ลดลง 9.70% หากหักทองคำมีมูลค่า 3,043.18 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.84% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 96,000.12 ล้านบาท ลดลง 2.51%
ปัจจัยการส่งออกลดลง มาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน กดดันการเติบโตของการค้าโลกและยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท เมื่อเทียบกับสกุลเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องและแข็งค่าสูงสุดรอบ 6 ปีในเดือนมิถุนายน ทำให้สินค้าไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงยังมีความไม่แน่นอนจากเบร็กซิท (Brexit) กระทบความเชื่อมั่นและการลงทุนของภาคเอกชน และล่าสุด ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงเหลือ 2.6% จากเดิม 3.3%
นางดวงกมลกล่าวว่า ตลาดส่งออกที่เป็นบวก คือ สหรัฐกลับมาเป็นบวก 0.77% จีนขยายตัว8.80% อินเดียเพิ่ม 50.37% อาเซียนเพิ่ม 19.86% ตะวันออกกลางกลับมาบวก 0.45% ส่วนตลาดติดลบ เช่น ฮ่องกง ลบ 10.56% สหภาพยุโรป ลบ 7.13% ญี่ปุ่น ลบ 11.70%ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ลบ 26.35% รัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช ลบ 77.81% และอื่นๆ ลบ 2.58%
นางดวงกมลกล่าวว่า สงครามการค้ามีแนวโน้มดีขึ้น หลังผู้นำสหรัฐและจีน ตกลงร่วมกันหาทางออก ซึ่งหากมีความชัดเจนจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้าโลก และส่งผลดีต่อการส่งออกในกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับจะดีขึ้นตามไปด้วย แต่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกต้องปรับตัว ผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการที่เปลี่ยนไป โดยการเจาะขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มมิลเลนเนียล กลุ่มลูกค้าที่ต้องการทราบที่มาของวัตถุดิบ และตลาดทางออนไลน์ที่กำลังเติบโต

