หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.อัดงบเพิ่...

ททท.อัดงบเพิ่ม5-6%พยุงเป้ายอดเที่ยวไทย เล็งตีปี๊บ10เมืองรอง

2.07.19 | 23:05 น.

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า ททท.มีการพิจารณาของบประมาณประจำปี 2563 เพิ่มขึ้นอีก 5-6% จากงบประมาณ 6,800 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2562 เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวยังต้องมีการพัฒนาอีกมาก ทั้งทางด้านดีมานด์และซัพพลาย รวมถึงต้องรับมือกับความคาดหวังของสังคมที่มีต่อภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น สวนทางกับบรรยากาศโลกที่มีปัจจัยความไม่สดใสค่อนข้างมาก จากรายงานจากธนาคารโลกถึงตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมที่แท้จริง หรือ จีดีพีจริงของโลกจะติดลบในปีนี้และปีหน้า ประกอบกับประเทศไทยก็ยังมีจำกัดในการต้อนรับนักท่องเที่ยวในด้านต่างๆ อาทิ ขีดจำกัดของท่าอากาศยาน เที่ยวบิน คุณภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว การขาดการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ช่วงครึ่งหลังปีนี้ ททท.มีการวางแผนที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวในระดับบนเข้ามามากขึ้น โดยเป็นกลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐฯต่อปี เพื่อปรับสัดส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบน ให้เพิ่มขึ้นเป็น 20% ภายในปี 2564 จากปี 2560 มีสัดส่วนเพียง 13% ของจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวม

“ปี 2563 ททท.ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวโต 10% เพื่อสร้างรายได้ที่ 3.72 ล้านล้านบาท พร้อมคาดการณ์ดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาได้ 42 ล้านคน สร้างรายได้รวม 2.43 ล้านล้านบาท และคนไทยเที่ยวไทย 185 ล้านคนต่อครั้ง สร้างรายได้รวม 1.287 ล้านล้านบาท โดยปี 2564 มีเป้าหมายต้องการผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวให้ได้ 4 ล้านล้านบาท เพื่อให้ภาคการท่องเที่ยวไทยเป็นเครื่องมือในการช่วยขับเคลื่อนประเทศ และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม รวมถึงช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนและคนในชุมชนอย่างแท้จริง โดยครึ่งปีแรกท่องเที่ยวโต 7-8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ตลอดทั้งปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มี 38.3 ล้านคน ขณะที่มีคนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ 170 ล้านคนต่อครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มี 162 ล้านคนต่อครั้ง ”นายยุทธศักดิ์ กล่าว

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนั้น ททท.ยังมีแผนที่จะร่วมมือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ(สภาพัฒน์)ในการพัฒนาด้านซัพพลายให้กับเมืองรองต่างๆ เพื่อยกระดับศักยภาพในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มนำร่องจากจังหวัดที่มีศักยภาพ ซึ่งได้ทำการศึกษาและคัดเลือกเบื้องต้นแล้ว 10 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย หนองคาย อุบลราชธานี สระแก้ว ตราด ชุมพร ระนอง ตรัง และสตูล ขณะนี้แผนงานดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมหารือเกี่ยวกับรายละเอียดของแผนงานกับสภาพัฒน์และกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง