นางสาวบรรจงจิตต์ อังสุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เปิดตัวโครงการ “60+ ค้าออนไลน์ขายทั่วโลก” รองรับสังคมสูงวัย ปัจจุบันไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นรวดเร็ว คาดการณ์ว่าปี 2564 ประชากรสูงวัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 % ของประชากรทั้งประเทศ จนเข้าเกณฑ์สังคมสูงวัยระดับสุดยอดในปี 2574
กรมเล็งเห็นความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพด้านการทำธุรกิจ การส่งเสริมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงวัย การทำการค้าออนไลน์ และการค้าขายระหว่างประเทศ มอบนโยบายให้สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาผู้ประกอบการดำเนินนโยบายการส่งเสริมเรื่องดังกล่าว โดยมุ่งพัฒนากลุ่มประชากรในวัยสูงอายุทั้งที่เป็นผู้ประกอบการและมีความสนใจในการจัดตั้งธุรกิจ ได้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิค ปัจจัยต่างๆที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านการค้าขายผ่านระบบออนไลน์ที่กำลังเป็นที่นิยมและแพร่กระจายทั่วโลก
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่กำลังให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่แพ้คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ จึงได้เปิดตัวโครงการ “60+ ค้าออนไลน์ขายทั่วโลก” ซึ่งนับเป็นโครงการแรกที่ปลุกความเป็นวัยรุ่นให้ผู้ประกอบการวัย 60+ ได้มาเรียนรู้เรื่องการค้าขายออนไลน์ครบวงจร เพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสให้ขายสินค้าออนไลน์ได้จริง
พร้อมกับมีหน้าร้านได้ง่ายๆ ภายใต้เว็บไซต์ไทยเทรดดอทคอม (Thaitrade.com) ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้ขายสินค้าผ่านออนไลน์ไปยังทั่วโลก รวมถึงยังได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าออนไลน์ และนักธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จ รวมถึงผู้มีประสบการณ์จริงมาถ่ายทอดองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนแนวคิดที่เกี่ยวข้องด้านตลาดพาณิชย์ดิจิทัล
นายนันทพงษ์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการในวัย 60+ ได้รู้จักวิธีการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้รู้จักกับเทคโนโลยีด้านต่างๆในทางการค้ายุคดิจิทัล เช่น การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ การถ่ายภาพ การโฆษณาสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เทคนิคการหาลูกค้าทางออนไลน์ แพลตฟอร์มการชำระเงิน การขนส่งสินค้าและระบบโลจิสติกส์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมทักษะการใช้โซเชียลมีเดีย และผลักดันให้กลุ่มผู้สูงวัยสนใจการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับบริบทสังคมดิจิทัลตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อน รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์สูงสุดจากอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและคนในครอบครัว
นายนันทพงษ์กล่าวว่าปีนี้ NEA เน้นผลักดันและส่งเสริมผู้ประกอบการ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ใช้ออนไลน์ในการทำธุรกิจ ยังไม่รู้จักการทำธุรกิจออนไลน์ สถาบันจะเข้าไปช่วยเหลือด้วยการสร้างแรงบันดาลใจและเสริมสร้างองค์ความรู้ และนำไปสู่การขายสินค้าบนโลกออนไลน์ 2.กลุ่มผู้ประกอบการที่มีสินค้า มีความรู้แต่ยังไม่ได้มีตลาดออนไลน์ ซึ่งจะกระตุ้นให้กลุ่มดังกล่าวเกิดการเรียนรู้เรื่องการเข้าแพลตฟอร์มออนไลน์ การทำตลาดออนไลน์อย่างมีระบบ
และ 3.กลุ่มผู้ประกอบการที่มีสินค้ามีตลาดออนไลน์แต่ไม่สามารถขายสินค้าได้ จะส่งเสริมการขายออนไลน์ให้มีคุณภาพ และสามารต่อยอดไปยังตลาดศักยภาพได้มากขึ้น ล่าสุดจัดอบรมผู้ประกอบการอายุ 60 ปีขึ้นไป 30 รายในกลุ่มธุรกิจอาหาร ไลฟ์สไตล์ เครื่องจักร สุขภาพและการแพทย์ และเครื่งใช้ไฟฟ้า ช่วงวันที่ 2-4 กรกฎาคมที่ True Digital Park

