นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการพบปะสื่อมวลชนที่กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ถึงการฝากงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ว่า ด้านตัวบุคคลไม่ได้หนักใจว่าจะเป็นใคร เพราะเชื่อว่าทุกคนมีทีมงานที่เข้มแข็ง และข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ก็ความชำนาญและทำงานตามนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง แม้การทำหน้าที่เรื่องการเจรจาการค้าในช่วงประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ซึ่งปัญหาการเจรจาการค้าคือในภาพรวมจะต่อรองอย่างไรให้ทั้ง 16 ประเทศในการกรอบเจรจาอาร์เซปได้ข้อสรุปได้ตามเป้าหมายภายในปีนี้
นางสาวชุติมา กล่าวว่า ในด้านเศรษฐกิจครึ่งหลังปีนี้ ยังมองว่ายังชะลอตัวจากการที่หน่วยงานรัฐและเอกชนทยอยลดคาดการณ์ทางเศรษฐกิจและส่งออก ว่า เศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัวเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับทุกประเทศทั่วโลก ส่วนตัวไม่ได้หนักใจแต่ยอมรับไม่สบายใจ และทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องขยันขึ้นและทำงานหนักขึ้น
นางสาวชุติมา กล่าวว่าสิ่งที่อยากไปยังรัฐมนตรีใหม่และรัฐบาลชุดต่อไป ที่จะเข้ามารับไม้ต่อขอให้ผลักดันการดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าวไทย ที่กำหนดยุทธศาสตร์ข้าวครบวงจร ใช้การตลาดนำการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ อยากต้องใช้มาตรการในการดูแลราคาข้าว ต้องกำหนดนโยบายหรือมาตรการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และไม่ทำให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาดข้าวไทย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมา การจะใช้มาตรการอะไรหรือวิธีการอย่างไรต้องรอบคอบไม่ก่อปัญหาต่องบประมาณรัฐและสร้างความสมดุลแท้จริงกับทุกฝ่าย
“แม้ใช้มาตรการประกันรายได้หากมีการหารือและทำความเข้าใจถึงวิธีการ ไม่มีการตั้งราคาสูงจนบิดเบือนราคาหรือสต็อกข้าวจนเป็นภาวะงบประมาณ ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ ตลอด 5 ปีที่รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาและวางรากฐานแก่ข้าวไทย เป็นผลให้ข้าวไทยได้รับการยกระดับคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับและสามารถส่งออกได้สูงสุดเป็นประวัติการถึง 11 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศ ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว มีเสถียรภาพ ราคาสูงกว่าในช่วงก่อนที่เข้ามาบริหารประเทศ ส่งเสริมและพัฒนาตลาดและผลิตภัณฑ์ข้าวเฉพาะทั้งด้านความหลากหลายและนวัตกรรม เป็นการสร้างโอกาสและตลาดในอนาคตของข้าวไทยให้มั่นคงและยั่งยืนในตลาดโลก ก็อยากให้รัฐบาลใหม่สานต่อ “นางสาวชุติมา กล่าว
นางสาวชุติมา กล่าวว่า นอกจากนี้อยากฝากให้รัฐบาลใหม่ลดการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยการทำระบบการค้าให้หมุนเวียนผ่านการสนับสนุน เช่น รัฐบาลก่อนทำเรื่องบัตรประชารัฐ การดูแลค่าครองชีพเป็นสิ่งสำคัญซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาให้ความสำคัญ รวมถึงดึงการลงทุน ภาคส่งออกก็ต้องขยันในการหาตลาดใหม่ ที่อยู่ในตลาดเป้าหมายเก่าและตลาดเป้าหมายหลัก รวมถึงเร่งสานต่อการเจรจาเปิดเสรีโดยเฉพาะกรอบความร่วมมือในอาเซียน และนอกอาเซียน

