นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) เปิดแถลงข่าวประเด็นการเข้าร่วมประมูลเพื่อให้ได้สิทธิบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียม ที่จะหมดอายุปี 2565-2566 ว่า บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลเพื่อให้ได้รับสิทธิบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียมบงกช ที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานในปี 2666 อย่างแน่นอน เพราะเป็นแหล่งที่บริษัทฯ ได้รับสัมปทานอยู่แล้ว หากได้รับสิทธิดำเนินการต่อจะเกิดความต่อเนื่องในการรักษากำลังการผลิต ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 850 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คิดเป็น 20% ของกำลังการผลิตรวมของบริษัท
นายสมพรกล่าวว่า ในช่วงสั้นจะยังมีการลงทุนเพื่อรักษากำลังการผลิตใกล้เคียงกับระดับเดิมตามสัญญาซื้อขายระยะยาว 20 ปี แต่ยอมรับว่าหากไม่มีการเปิดประมูลภายใน 1 ปี จะกระทบต่อปริมาณก๊าซที่ผลิตได้ในช่วงปลายสัมปทาน ซึ่งกำหนดว่าช่วง 2 ปีสุดท้ายต้องผลิตลดลง ส่วนรูปแบบการจัดเก็บผลประโยชน์เข้ารัฐ ที่ภาครัฐยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะใช้ระบบสัมปทานหรือระบบแบ่งปันผลผลิตนั้น บริษัทฯ พึงพอใจกับระบบสัมปทานมากกว่า เนื่องจากเป็นระบบเดิมที่ใช้มาเป็นเวลานาน ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานมากนัก ส่วนการใช้ระบบไทยแลนด์พลัสทรีจากปัจจุบันแหล่งบงกชใช้ไทยแลนด์วัน ยอมรับว่าบริษัทต้องจ่ายให้ภาครัฐมากขึ้นขณะที่รายได้จะลดลง อย่างไรก็ตามหากบริษัทฯ แพ้การประมูลได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว โดยเฉพาะประเด็นจะรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานในการขุดสำรวจปิโตรเลียมหรือไม่ ต้องรอหารือกับภาครัฐอีกครั้งหนึ่ง แต่ยืนยันว่าจะพิจารณาทางเลือกที่เกิดผลกระทบน้อยที่สุด
“แหล่งปิโตรเลียมเอราวัณที่บริษัท เชฟรอน ได้รับสัมปทานอยู่ในปัจจุบัน และจะมีการเปิดประมูลในรอบเดียวกันนั้น บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเข้าประมูลแหล่งดังกล่าวหรือไม่ แม้กระทรวงพลังงานจะมีนโยบายให้ปตท.สผ.เข้าซื้อ หรือผลิตแทนบริษัทต่างชาติที่ถอนลงทุนก็ตาม”นายสมพรกล่าว

