นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกกฎระเบียบ Regulation (EU) 2019/680 และ Regulation (EU) 2019/681 เพื่อแก้ไข Annex VI และ II ของกฎระเบียบRegulation (EC) No 1223/2009 ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ว่าด้วยการจำกัดการใช้สารและเพิ่มรายชื่อสารที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อความปลอดภัยต่อผิวหนัง โดยกฎระเบียบใหม่เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 แต่ทางปฏิบัติจะผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน 2562
นายอดุลย์ กล่าวว่า สาระสำคัญของการแก้ไขสรุปได้ดังนี้ 1. Annex VI : เพิ่มรายชื่อสาร Phenylene Bis-Diphenyltriazine และกำหนดเงื่อนไขจำกัดการใช้สูงสุดไม่เกิน 5% ในผลิตภัณฑ์การป้องกันแสงแดดและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอื่นๆ ซึ่งสารดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อผู้ใช้ในการสูดดมเข้าสู่ปอดได้ และ 2. Annex II : ไม่อนุญาตให้ใช้สาร 2-Chloro-p-Phenylenediamine ซึ่งครอบคลุมถึง sulfate และ dihydrochloride salts ในผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีคิ้วและขนตา
นายอดุลย์ กล่าวว่าสถิติการส่งออกสินค้าเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิวของไทยไปยังอียู ในภาพรวม 3 ปีย้อนหลังช่วงปี2559 – 2561 มีมูลค่าการส่งออก 5,156.8 ล้านบาท 4,688.4 ล้านบาท และ 4,770.3 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน 4 เดือนแรกปี 2562 มีมูลค่าการส่งออก 1,880.8 ล้านบาท ลดลง 32.99% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยควรตระหนักถึงกฎระเบียบข้างต้น เพื่อเตรียมตัวรองรับการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวอียูเพื่อไม่ให้กระทบต่อการส่งออกของไทย

