หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.กางผลกระทบ...

พณ.กางผลกระทบเอฟทีเอเวียดนาม-อียูมีผลบังคับใช้ กระเทือนทั้งอุตฯ-เกษตรไทย

4.07.19 | 17:11 น.

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.)กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.ได้วิเคราะห์ผลกระทบของ ความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรป–เวียดนามต่อการส่งออกสินค้าไทย(EVFTA) และข้อตกลงการคุ้มครองการลงทุนเวียดนาม-สหภาพยุโรป ( EVIPA) ซึ่งมีการประชุมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ว่า เมื่อข้อตกลงเอฟทีเออียูกับเวียดนามมีผลบังคับใช้ จะมีการลดภาษีนำเข้า 2 ฝ่ายกว่า 99% ของสินค้านำเข้า โดยเวียดนามจะลดภาษีทันที 65% และจะทยอยลดภาษีสินค้าที่เหลือภายใน 10 ปี ส่วนอียูจะลดภาษีทันที 71% และจะทยอยลดภาษีสินค้าที่เหลือภายใน 7 ปี ซึ่งข้อตกลง EVIPA จะช่วยให้เวียดนามพัฒนากรอบด้านการลงทุนและการใช้กฎหมายเพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากประเทศสมาชิกอียู

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า คาดว่าสหภาพยุโรปจะใช้ความตกลง EVFTA เป็นต้นแบบในการเจรจากับไทย โดยเฉพาะการผลักดันประเด็นที่สหภาพยุโรปให้ความสำคัญ เช่น การเปิดตลาดยา รถยนต์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเปิดเสรีภาคบริการและการลงทุน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การเข้าสู่ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การระงับข้อพิพาทใน การลงทุน รวมทั้งการปฏิบัติตามพันธกรณีขององค์การระหว่างประเทศต่างๆ ผลจากการวิเคราะห์ พบว่า เมื่อความตกลง EVFTA มีผลบังคับใช้ อาจทำให้เวียดนามได้เปรียบไทยในการแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรปจากความสามารถทางการแข่งขันด้านราคาที่สูงกว่าสินค้าไทย เนื่องจากได้เปรียบจากข้อยกเว้นด้านภาษีนำเข้า อีกทั้งยังใช้สิทธิจีเอสพี ซึ่งไทยถูกตัดสิทธิไปแล้วตั้งแต่ปี2558

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า เวียดนามคาดว่าข้อตกลงนี้จะเป็นโอกาสในการเข้าถึงตลาดอียูที่มีประชากรกว่า 508 ล้านคน มีมูลค่าจีดีพี18 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยฝ่ายเวียดนามคาดการณ์ว่าการส่งออกของเวียดนามไปอียูจะเพิ่มขึ้น4-6% มูลค่า 19 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับการไม่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรี และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 75 ล้านเหรียญสหรัฐฯในปี 2571 โดยข้อตกลง EVFTA จะช่วยส่งเสริมการส่งออกของเวียดนาม โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าประมงและสัตว์น้ำ

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า กลุ่มสินค้าที่ไทยน่าจะได้รับผลกระทบที่จะเกิดจากการย้ายฐานการลงทุนไปเวียดนามและพัฒนาสู่เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้แก่ ยานพาหนะและส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบและแผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่สินค้าสิ่งทอ/เครื่องนุ่งห่ม สินค้าข้าวและเกษตร ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ อัญมณีและเครื่องประดับ ของเวียดนามเข้าสู่ตลาดยุโรปมากขึ้น โดยการค้าเวียดนามกับอียูมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2561 ขยายตัว 11.60 มูลค่าการค้ารวม เท่ากับ 50,430.97 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการค้าไทยกับอียูก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ธนาคารพัฒนาเอเชีย คาดการณ์การเติบโตมูลค่าจีดีพีรวมของเวียดนามปี 2562 อยู่ที่ 6.8% ส่วนไทย อยู่ที่ 3.9%