หน้าแรก เศรษฐกิจ ก.พลังงานยันป...

ก.พลังงานยันปมรัฐผลิตไฟฟ้า ยึดตามรธน. เล็งแจงผู้ตรวจส่งคำชี้แจงตามกรอบ120วัน

6.07.19 | 15:03 น.

ยันปมรัฐผลิตไฟฟ้า ยึดตามรัฐธรรมนูญ ก.พลังงานเล็งแจงผู้ตรวจ จ่อส่งคำชี้แจงตามกรอบ120วัน

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้แจ้งผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่า กระทรวงพลังงานกำหนดนโยบายและแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า โดยให้เอกชนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าทำให้สัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของรัฐลดลงต่ำกว่า 51% อันขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 56 วรรคสอง โดยมีข้อเสนอแนะต่อกระทรวงพลังงานให้พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอแนะให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัย และดำเนินการให้รัฐมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ภายในกำหนด 10 ปี นับจากปี 2562 ว่า กระทรวงพลังงานจะเร่งพิจารณาข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน

นายกุลิศกล่าวว่า อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี) ที่ผ่านมาได้ให้เอกชนมีบทบาทร่วมในการผลิตไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2532 จนถึงประกาศในแผนพีดีพี 2010 เมื่อปี 2553 และแผนพีดีพี 2015 ปี 2558 จนล่าสุดพีดีพี 2018 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 นั้น เป็นการดำเนินการตามกรอบของรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งถึงกระทรวงพลังงานนั้น ในแนวทางการชี้แจงเบื้องต้นกระทรวงพลังงานจะหารือฝ่ายกฎหมายอย่างละเอียดก่อนจะส่งคำชี้แจงตามกรอบเวลา 120 วัน โดยกระทรวงพลังงานจะยกการทำงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่มีอำนาจในการออกใบอนุญาต ดูแลการผลิตไฟฟ้าของเอกชน รวมถึงดูแลต้นทุนค่าไฟฟ้า ขณะที่ กฟผ.ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน พิจารณาต้นทุนการผลิตก่อนรับซื้อ และให้บริการสายส่ง หากไม่มีสายส่งเอกชนก็ไม่สามารถขายไฟเข้าระบบได้

“อาจเทียบเคียงกับกิจการโทรคมนาคมที่ปัจจุบันมีเอกชนเป็นผู้ให้บริการหลัก และมีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำกับดูแล ขณะที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ก็ยังทำหน้าที่ดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ยังมีกิจการด้านระบบราง ขนส่งทางบก ที่มีหน่วยงานกำกับและให้เอกชนเข้ามาดำเนินธุรกิจเช่นกัน” รายงานข่าวระบุ

Advertisement

ด้านแหล่งข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า เบื้องต้น กฟผ.รับทราบถึงกรณีดังกล่าวแล้วเรียบร้อยแล้ว แต่ กฟผ.ไม่มีบทบาทในการจะตอบโต้เรื่องดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงพลังงาน เนื่องจากเป็นข้อเสนอถึงกระทรวง และทางกระทรวงมีหน้าที่กำหนดนโยบายต่างๆ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นกระทรวงพลังงานเรียก กฟผ. ไปหารือแล้ว