นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวระหว่างประเทศในเดือนมิถุนายน 2562 ว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย จำนวน 2.9 ล้านคน สร้างรายได้ 1.44 แสนล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายนที่ผ่านมาพบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน 19.6 ล้านคนเติบโต 0.7% มีรายได้จากการท่องเที่ยว 1.01 ล้านล้านบาท เติบโต 0.3% สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 3 อันดับแรก ได้แก่จีน มาเลเซีย และอินเดีย
นายโชติ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย แต่พบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย และผลจากมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on arrival) หรือฟรีวีซ่า ส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางมาไทยสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ที่ประมาณ 1.8 แสนคน เติบโตกว่า 22.2% ซึ่งการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย จะช่วยลดความผันผวนของรายได้จากการท่องเที่ยวจากส่วนแบ่งการตลาดของนักท่องเที่ยวจีน
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวอินเดียถือเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของไทย มีการใช้จ่ายในการเดินทางต่อครั้งค่าเฉลี่ยประมาณ 50,000 บาทต่อคนต่อครั้ง ซึ่งสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อครั้งของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั่วไปที่มีการใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 45,000 บาทต่อคนต่อครั้ง โดยนักท่องเที่ยวอินเดียมีอัตราการเติบโตตลาดเฉพาะกลุ่มสูงมาก เช่น กลุ่มท่องเที่ยวสุขภาพ กลุ่มคู่รักหลังแต่งงาน กลุ่มการจัดแต่งงาน กลุ่มถ่ายทำภาพยนตร์ กลุ่มเดินทางเพื่อการประชุมเป็นต้น
นายโชติ กล่าวว่า ในส่วนของสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศพบว่า ในเดือนมกราคม – มิถุนายนที่ผ่านมา มีชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ 76 ล้านคนต่อครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ 0.54 ล้านล้านบาท โต 5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจังหวัดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยโตขึ้นสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ขอนแก่น บวก 7.44% บุรีรัมย์ บวก 5.69% และจันทบุรี บวก 5.24%
นายโชติ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มและทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวในอนาคต ในระยะที่ผ่านมาภาคการท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันกับส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม รวมถึงชุมชนเจ้าของพื้นที่จากปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว (Over Tourism) ดังนั้นหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทุกภาคส่วน ควรร่วมมือกันในการพัฒนา ภาคการท่องเที่ยวในระยะยาว และคำนึงถึงความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว (Carrying Capacity) การบริหารจัดการเพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการให้บริการ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


