มติชน สมาร์ทบิซ วันที่ 2 มิ.ย.2559
นายทองสุก สุธรรมโกศล เจ้าของโต๊ะจีนพรชัยหูฉลาม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ธุรกิจโต๊ะจีนต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารงาน เพราะลูกค้าต้องการราคาถูก คุ้มค่ากับคุณภาพและปริมาณของอาหาร เมื่อก่อนลูกค้าจองโต๊ะจีนราคา 2,000-2,500 บาท/โต๊ะ แต่ปัจจุบันลดลงเหลือ 1,600-2,000 บาท/โต๊ะ โดยเดือนพฤศจิกายน-มกราคม จัดงานที่มากสุด โดยวัฒนธรรมคนกรุงเทพฯและปริมณฑลมีลักษณะเป็นสังคมเมือง จัดงานไม่ใหญ่ ใช้โต๊ะจีน 20-40 โต๊ะต่อ 10 ที่นั่ง ส่วนต่างจังหวัดจะเป็นสังคมชนบท จัดงานใหญ่ ใช้โต๊ะจีน 60-200 โต๊ะต่อ 8 ที่นั่ง คิดเป็นสัดส่วน 20:80 ลูกค้าจะรู้จักแบบปากต่อปาก
สำหรับตลาดต่างประเทศนั้น มีนักธุรกิจไทยในกัมพูชาและเมียนมา จ้างให้จัดโต๊ะในงานเลี้ยงบริษัทที่ปอยเปต กัมพูชา และท่าขี้เหล็ก เมียนมา แต่เป็นเพียง 10% ของมาร์เก็ตแชร์ ซึ่งลูกค้าจะต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มเติม ขณะเดียวกันจังหวัดชายแดนของไทย เช่น เชียงใหม่ สงขลา ก็มีการจัดโต๊ะจีนมากขึ้นด้วย
ด้านนายประพฤติ อรรฆธน ประธานชมรมธุรกิจโต๊ะจีนจังหวัดนครปฐม และเจ้าของยุทธพงษ์โภชนาการโต๊ะจีน เปิดเผยว่า ตลาดหลักของโต๊ะจีนจะอยู่ที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รองลงมาคือ ภาคใต้ กลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มงานเลี้ยงสังสรรค์ งานแต่งงาน งานบวช ธุรกิจโต๊ะจีนสร้างรายได้ให้จังหวัดนครปฐมกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกันการแข่งขันค่อนข้างสูง เพราะมีผู้ประกอบการกว่า 200 ราย มีการตัดราคากัน ทำให้ผู้ประกอบการต้องดึงจุดเด่นของอาหาร เช่น ไก่ตอนนครปฐม เป็ดย่าง เป็ดพะโล้ และขาหมูตุ๋น มาสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้า
โดยขณะนี้รับจัดโต๊ะจีนงานแต่งงานและงานเลี้ยงบริษัทในประเทศเพื่อนบ้านด้วย เช่น นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงสะหวันนะเขต เมืองปากเซ สปป.ลาว ประเทศเมียนมาที่ เมืองท่าขี้เหล็ก และฝั่งตรงข้ามอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีมาร์เก็ตแชร์ในไทย 80% สปป. ลาว 10% และเมียนมา 10% ราคาโต๊ะจีนกรุงเทพฯและปริมณฑล 50 โต๊ะขึ้นไป ราคา 1,700 บาท/โต๊ะ ภาคอื่นๆ 2,000 บาท/โต๊ะ ส่วนต่างประเทศ 3,500 บาท/โต๊ะ

