นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นประจำสัปดาห์นี้ การเคลื่อนไหวของดัชนีทั้งสัปดาห์ น่าจะอยู่ในบริเวณที่ได้ให้ไว้ประจำเดือนนี้ โดยแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,750 และ 1,760 จุด แนวรับตามจิตวิทยาที่ระดับ 1,700 จุด ส่วนปัจจัยที่น่าติดตามในประเทศ เป็นเรื่องการเมือง ที่กำลังจะมีรายชื่อของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาในเร็วๆ นี้ ซึ่งมองว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นหรือไม่เป็นอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภาครัฐน่าจะมุ่งเน้นในการออกมาตรการกระตุ้นและแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนก่อน โดยมาตรการที่คาดว่าจะเห็นได้เร็ว ก็น่าจะเป็นการต่ออายุบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการประกันรายได้สินค้าเกษตร หรือการพักหนี้ต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นพัฒนาการที่จะเกิดขึ้นในช่วงต่อจากนี้
นายณัฐชาต กล่าวว่า ปัจจัยต่างประเทศ เป็นเรื่องของอัตรผลตอบแทนพันธบัตร ที่เริ่มมีการปรับตัวลดลงอีกครั้ง แต่ภาพอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ที่เห็นภาพการปรับตัวลงของพันธบัตรระยะสั้นมากกว่า แต่ช่วงนี้เป็นการปรับตังลงของพันธบัตรระยะยาวมากกว่า ซึ่งหมายความว่านักลงทุนเริ่มให้น้ำหนัก ในเรื่องความกังวลต่อตัวเลขเศรษฐกิจมากขึ้นอีกครั้ง จากครั้งก่อนที่ให้น้ำหนักไปกับความคาดหวังที่จะเห็นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งการให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจในครั้งนี้ อาจจะทำให้ตลาดหุ้นได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ในส่วนของราคาน้ำมัน ยังมองกรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันอยู่ที่ระดับเดิมคือ แนวรับอยู่ที่ 60 บาทต่อบาร์เรล แนวต้านอยู่ที่ 70 บาทต่อบาร์เรล
“การประชุมขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) มีการต่ออายุลดกำลังการผลิตออกไปอีก 9 เดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในราคาไปแล้ว ทำให้พอมีมติออกมาเป็นทางการ ทำให้ราคาน้ำมันดิ่งลงทันที แต่หากราคาลงมาที่ระดับ 60 บาทต่อบาร์เรล มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อทั้งตัวน้ำมันดิบและหุ้นที่เกี่ยวข้องได้ โดยมีกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ ให้เล่นแบบขึ้นขายลงซื้อ หากขึ้นไปถึงระดับแนวต้านที่ 1,750 และ 1,760 จุด ต้องเน้นการขายออกมา ในทางกลับกันถ้าลงมาแตะแนวรับที่ 1,700 จุด หรือแนวรับประจำเดือนที่ 1,680-1,690 จุด มองว่าเป็นระดับที่สามารถเข้าสะสมต่อได้”นายณัฐชาตกล่าว
ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

