นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าสถาบันนวัตกรรม ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. เปิดตัวร้าน คาเฟ่ อเมซอน เซอร์คูล่า ลิฟวิ่ง คอนเซ็ปต์ สาขาพีทีที สเตชั่น สามย่านเป็นแห่งแรกในการนำร่องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ของใช้ภายในร้านให้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ เช่น การนำเยื่อกาแฟ ซึ่งเป็นของเหลือหลักจากโรงคั่วกาแฟมาบดและอบเพื่อไล่ความชื้น ขึ้นรูปเป็นวัสดุคอมโพสิต ร่วมกับน้ำยาอีพอกซี เรซิน นำมาใช้เป็นวัสดุตั้งต้นในการทำโต๊ะ ตู้ เคาน์เตอร์ ชั้นวางของ และเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งบริษัทยังอยู่ระหว่างติดตามประเมินผลและแยกบัญชีด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของกลุ่มปตท. มาแล้ว 3-4 เดือน ซึ่งต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ประสิทธิภาพการดำเนินงานให้มีความชัดเจน
นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 คาดว่าจะมีการเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการลงทุนท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ระหว่างบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัทลูกของปตท.กับบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หลังจากนั้นจะลงนามสัญญากับการนิคมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าการลงทุนโครงการ Maximum Aromatics Project โครงการผลิตพาราไซลีน และสารเบนซีน ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือไออาร์พีซี จะมีความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนแผนงานโครงการ และเดินหน้าแผนพัฒนาโรงกลั่นควบคุมมาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนโครงการอื่นในอนาคตยังไม่มีความชัดเจน
ด้าน นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือพีทีที โออาร์ กล่าวว่า อุปกรณ์ของใช้ภายในร้านที่เปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติ อาทิ แก้วร้อนที่เป็นแก้วกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพย่อยสลายสู่ธรรมชาติได้ 100% ปัจจุบันมีปริมาณการใช้ 1.5 ล้านแก้วต่อเดือน แก้วเย็นที่ทำจากพืช 100% มีการใช้ 8 แสนแก้วต่อเดือน หลอดมีการใช้ 270 ล้านหลอดต่อเดือน รวมถึงการใช้ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติกใส่เบเกอรี่
นอกจากนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าลดปริมาณขยะพลาสติกของร้านได้ถึง 645 ตันต่อปี ซึ่งมีแผนนำร่องอีก 2 สาขา ที่ตึก ปตท.สำนักงานใหญ่ และตึกเอ็นโก้ บี กระทรวงพลังงาน ภายในปีนี้ และตั้งเป้าหมายนำวัสดุที่ใช้แล้วภายในร้านกลับมาผ่านกระบวนการผลิตเป็นอุปกรณ์ใช้ใหม่ให้ได้ 70% อีก 30% เป็นวัสดุใหม่ ปัจจุบันพีทีทีโออาร์มีสถานีบริการน้ำมัน 1,700 แห่ง มีร้านคาเฟ่ อเมซอน 2,600 สาขา มีลูกค้าเข้าใช้บริการในร้านกว่า 2 ล้านคนต่อวัน

