นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย เปิดเผยว่า ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยล่วงหน้า 12 เดือน อยู่ที่ระดับ 1,775 จุด จากเดิมให้ไว้ที่ระดับ 1,725 จุด เนื่องจากมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จึงคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน ที่เห็นผลในระยะสั้นออกมา อาทิ มาตรการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย และค่าใช้จ่ายการผลิตของภาคเกษตร
นายภาสกร กล่าวว่า ธนาคารกลางหลักในภูมิภาค เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง หลังภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนยิลด์) ที่ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 2.05% กดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (บอนด์ยิลด์) ลดลงมาอยู่ที่ 2.02% ด้วย จึงมองว่าดัชนีหุ้นไทยในระยะสั้นจะอยู่ที่ 1,660-1,760 จุด แต่ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ โดยหากเฟดส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยลงในช่วงปลายปีนี้ อาจทำให้ดัชนีหุ้นไทยสามารถฝ่าแนวต้านสำคัญที่ 1,760 จุด ไปได้ และอาจทำให้ดัชนียืนแตะที่ระดับ 1,800 จุด แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯเริ่มปรับตัวดีขึ้น และเฟดยังไม่ใช้นโนบายดอกเบี้ยผ่อนคลาย อาจทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงไปแตะที่ระดับ 1,600 จุดได้
“ทิศทางค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ถึงแม้ระยะสั้นเงินบาทจะอ่อนค่าลงมาบ้าง แต่ระยะยาวเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพ มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง แม้เศรษฐกิจจะขยายตัวชะลอลงบ้าง แต่ภาพรวมยังเติบโตได้ รวมถึงคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% จนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งคาดว่าเงินบาทแข็งจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลาง (เอสเอ็มอี) แต่ส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่มีการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตสูง จึงได้ประโยชน์จากการนำเข้าในราคาที่ถูกลง รวมถึงบาทแข็งยังทำให้ต้นทุนของบริษัทที่กู้เงินจากต่างประเทศลดต่ำลง”นายภาสกรกล่าว
นายภาสกร กล่าวว่า ส่วนผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 คาดว่าจะไม่ดีมากนัก เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจากมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ทำให้ยอดขายไม่เติบโตและกระทบต่อสินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะฟื้นตัวได้ จากการเปิดโครงการใหม่และมาตรการของภาครัฐ ที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นและลงทุนเพิ่มขึ้น
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


