‘สมคิด’ ยันนายกฯคนเดิม นโยบายไม่เปลี่ยน-เชื่อพรรคร่วมคุยกันได้ (มีคลิป)

10.07.19 | 18:25 น.

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานมอบรางวัลเกียรติยศ Money & Banking Awars 2019 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร ที่ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยดีอยู่แล้วและอยู่ในจุดที่เศรษฐกิจไม่ควรจะถดถอย แต่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจจะทำให้เกิดความกังวลกับเสถียรภาพทางการเมือง เพราะมีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค แม้ว่าช่วง 4-5 ปีมานี้จะไม่ได้มีพรรคร่วมรัฐบาล แต่เรื่องพรรคร่วมรัฐบาลไทยคุ้นเคยอยู่แล้วตามสังคมประชาธิปไตย อย่าไปกังวลเกินเหตุว่ามีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคจะทำงานร่วมกันไม่ได้ เชื่อว่าผู้นำการเมืองสมัยนี้เป็นคนรุ่นใหม่ทุกคนรู้ว่าเป้าหมายการทำงานเพื่อบ้านเมือง เมื่อฟอร์มคณะรัฐมนตรีออกมาก็สามารถเดินหน้าไปข้างหน้าได้

” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เตรียมร่างนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภาแล้ว จะมีการหารือกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทุกคนล้วนรู้จักกันอยู่แล้วเชื่อว่าจะพูดคุยกันได้ จุดนี้สะท้อนว่าความไม่แน่นนอนของเสถียรภาพทางการเมืองยุติลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจโลกและการค้าโลที่ชะลอตัวจากสงครามการค้าสหรัฐและจีน ส่งผลกระทบด้านการส่งออก การลงทุน การท่องเที่ยว ต่อทุกประเทศทั่วโลก ดังนั้นในภาวะที่เศรษฐกิจโลกไม่ดีต้องผลักดันเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโต ซึ่งเรื่องสำคัญคือความเชื่อมั่นที่จะทำให้เกิดการลงทุนและการบริโภค

นายสมคิดกล่าวว่า เวิลด์แบงก์มองว่าเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นนอทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจโลก ทำนายจีดีพีไทยจะเติบโตได้ 3.5% แต่ดีภาวะเช่นนี้หากสามารถขยายตัวเกิน 3% ได้ถือว่าใช้การได้แล้ว ขอให้เอกชนมั่นใจตัวเองและมั่นใจรัฐบาล เพราะนายกรัฐมนตรีก็เป็นคนเดิม นโยบายต่างๆ จะแปลงได้อย่างไร โครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่เป็นเหมือนเทรดมาร์คของไทยก็เดินหน้า ถ้าใครทำลายไม่โง่ก็บ้า

นายสมคิดกล่าวว่า ขณะที่เรื่องงบประมาณปี 2563 ที่อาจล่าช้าไปนั้น แต่เชื่อว่าจะชดเชยด้วยวิธีการอย่างอื่นได้ และเราช่วยกันเชื่อว่าต้องผ่านไปได้ พวกเราไม่มีพรรคอยู่แล้ว มีแต่พวก ผมก็ไม่มีพรรค มีแต่พวก ใครที่คิดว่าทำเพื่อพรรคผิดแน่นอน เพราะทุกอย่างต้องทำเพื่อบ้านเมือง ทั้งนี้ อย่าลืมว่าไทยอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ยังต้องแข่งขันกับประเทศอื่น แต่ไทยมักจะชักปืนยิงเท้าตัวเอง ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก อย่าให้ปืนลั่นโดนเท้าตัวเอง เชื่อว่าประเทศยังเดินหน้าได้

Advertisement

นายสมคิด กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่ดี ทำให้มีเงินลงทุนไหลเข้ามาในไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาว ค่าเงินบาทจึงแข็งค่าขึ้น เรื่องนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลอยู่แล้วการเมืองไม่ควรเจ้าไปแทรกแซง อย่างไรก็ตามได้ฝากให้ ธปท.ดูแล เพราะที่ประเทศต้องการเงินลงทุนระยะยาว ขณะที่ระยะสั้นก็ต้องดูแลให้เหมาะสมซึ่ง ธปท.มีการดูแลอยู่แล้ว นอกจากนี้ กรณีสกุลเงินลิบรา ขณะนี้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล เป็นช่วงที่ต้องให้ความรู้กับประชาชน แม้จะยังเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถมองข้ามได้