นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) กล่าวถึงประเด็นที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณกว่า 4.2 พันล้านบาท ในการจัดทำถนน 670 เส้นทางใน 76 จังหวัด ว่า เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้อนุมัติงบให้แต่ละกระทรวงในการจัดซื้อยางเพื่อผลิตหรือใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ พบว่ามีการใช้ไม่ถึง 10% แต่ถ้าครั้งนี้มีการใช้งบในจำนวนนี้ไปซื้อน้ำยางเพื่อทำถนนจริง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
“มองว่าการสนับสนุนให้นำน้ำยางมาทำถนนเป็นเรื่องที่ดี เพราะเมื่อมีกระแสออกไปว่ารัฐจะกว้านซื้อนำยางไปทำถนน ส่งผลให้เอกชนที่ต้องการนำน้ำยางไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมหรือนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ซื้อยางไปสะสมมากขึ้น ทำให้เกิดการระบายสต็อกและทำให้ราคาดีดตัวขึ้นในที่สุด แต่อยากให้ภาครัฐหันมาซื้อนำยางสดจากเกษตรกรหรือซื้อจากสถาบันเกษตรโดยตรง เพื่อที่รายได้จะกระจายสู่ประชาชนโดยตรง” นายอุทัยกล่าว
นายอุทัย กล่าวต่อว่า ส่วนในเรื่องของนโยบายประกันสินค้าราคาเกษตร ที่พรรคประชาธิปัตย์ชูเป็นนโยบายหลักและพร้อมที่จะเข้ามาขับเคลื่อนต่อ ซึ่งตนเห็นด้วยกับนโยบายนี้ แต่ไม่อยากให้เป็นนโยบายระยะยาว มองว่าควรนำมาใช้ช่วยเหลือเฉพาะช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเท่านั้น และควรเน้นในเรื่องของการเพิ่มอาชีพให้กับเกษตรกร เพื่อที่ว่าเมื่อราคาตกต่ำจะได้มีอาชีพเสริมที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้
“ควรส่งเสริมให้มีการปลูกพืชทดแทนที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวสวนยาง อาทิ ต้นเหลียง และกล้วย เป็นต้น เนื่องจากพืชเหล่านี้โตเร็วและสามารถขายได้ง่าย และควรผลักดันให้มีการนำน้ำยางมาทำสนามฟุตซอล หรือเพิ่มทักษะให้ชาวสวนยางสร้างแบรนด์เป็นของตนเองเพื่อส่งขายต่างประเทศต่อไป” นายอุทัยกล่าว

