หน้าแรก เศรษฐกิจ กรุงไทยเผยบาท...

กรุงไทยเผยบาทเปิดอ่อนค่า30.78 บาท/ดอลล์ จับตาเริ่มขายทำกำไรเงินบาท

12.07.19 | 09:36 น.
จิติพล พฤกษาเมธานันท์

เมื่อวันที่12 กรกฎาคม นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ30.78 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าจากระดับ30.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน โดยประเด็นหลักที่ต้องจับตาคือความเคลื่อนไหวของทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐและราคาทองคำล่าสุดการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยีลด์) ปรับตัวขึ้นพร้อมกับทองคำปรับตัวลงเป็นความเสี่ยงหลักที่จะส่งผลให้เกิดการขายทำกำไรเงินบาทอย่างไรก็ดีมองว่าผู้ส่งออกจะกลับมาขายดอลลาร์สหรัฐเมื่อปรับตัวขึ้นเหนือระดับ30.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในระยะสั้นจึงน่าจะยังไม่เห็นการอ่อนค่าอย่างรวดเร็วระหว่างวันคาดกรอบค่าเงินบาทวันนี้30.72 – 30.82 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

นายจิติพล กล่าวว่า ในคืนที่ผ่านมานายเจอโรมพาวเวลล์ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ยในการแถลงการณ์ต่อหน้าคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภา โดยเฟดมองว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมีความจำเป็นเพราะตลาดแรงงานที่ตึงตัวไม่สามารถผลักดันเงินเฟ้อได้นักลงทุนส่วนใหญ่จึงยังอยู่ในโหมดเปิดรับความเสี่ยงฝั่งสหรัฐดัชนีDown Jones พุ่งขึ้นกว่า0.9% ทะลุระดับ27,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์กดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลง1.1% สู่ระดับ1,403.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์และบอนด์ยีลด์ทั่วโลกปรับตัวขึ้นราว7-10bps ล่าสุดบอนด์ยีลด์เยอรมนีอายุ10ปีกลับมาที่ระดับ-0.23% เช่นเดียวกับบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ10ปีที่กลับมาระดับ2.14% อีกครั้ง

นอกจากนี้ นายจิติพล กล่าวว่า ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ รายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) ในเดือนมิถุนายนระบุว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินของอีซีบีต่างเห็นพ้องว่าการลดดอกเบี้ยหรือการซื้อสินทรัพย์(คิวอี) มีความจำเป็นสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนส่งผลให้ตลาดกลับมาเชื่อว่าอีซีบีจะลดดอกเบี้ยในปีนี้เช่นกันกับสหรัฐส่วนในฝรั่งเศสรัฐบาลได้ประกาศกฏหมายภาษีดิจิทัล3.0% ต่อกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีอย่างAmazon ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ของสหรัฐเตรียมประกาศมาตรการตอบโต้เช่นการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าหรือตั้งข้อจำกัดทางการค้าต่อบริษัทฝรั่งเศสขณะที่กระทรวงแรงงานของสหรัฐได้เปิดเผยว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้นแตะระดับ2.1% มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ระดับ2.0% จากราคาเสื้อผ้ารถยนต์รวมถึงเฟอนิเจอร์