นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ บริษัท อินฟอร์มาร์ พีแอลซี ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากทั้งปัจจัยของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยความเป็นดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มของทุกอย่างในปัจจุบัน นำไปสู่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ไม่เหมือนเดิม ผู้ประกอบการในวงการนี้จึงต้องปรับตัวและอยู่ให้รอดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรง ซึ่งเป็นไปการตามกระแสไปกับเทคโนโลยี นวัตกรรม เทรนด์การรักษ์โลก และความนิยมของการดูแลสุขภาพ
“ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงของไทย ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก ขณะเดียวกันนานาประเทศก็กำลังมุ่งเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ ด้วยความหวังว่าจะสามารถช่วงชิงพื้นที่ตลาด ผู้ประกอบการด้านอาหารจึงต้องปรับตัว จะหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีที่มีส่วนสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมนี้ ” นางสาวรุ้งเพชร กล่าว
นางสาวรุ้งเพชร กล่าวว่า เอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย เป็นภาคส่วนที่ขับเคลื่อนให้จีดีพีปี 2560 มีการขยายตัวขึ้น รวมไปถึงการสร้างมูลค่าการส่งออกของภาคเกษตรที่น่าจับตามอง โดยมีมูลค่า 6,551,718 ล้านบาท ขยายตัว 5.1% และมีสัดส่วนต่อจีดีพี รวมทั้งประเทศคิดเป็น 42.4% ส่วนสตาร์ทอัพด้านอาหารของไทยเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนมากที่สุดในธุรกิจสตาร์ทอัพของทั้งประเทศ โดยคิดเป็น 14% ของการลงทุน

นางสาวรุ้งเพชร กล่าวว่า ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารไทยโดยรวมในปี 2562 จะมีมูลค่าประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท แยกเป็นการบริโภคภายในประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท และเป็นการส่งออก 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งมีประเทศคู่ค้าหลักเป็นกลุ่มอาเซียน รองลงมาได้แก่กลุ่มอเมริกาเหนือ แอฟริกา สหภาพยุโรป และโอเชียเนีย โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่12 ของโลก ปรับตัวดีขึ้น 2 อันดับจากอันดับที่ 14 ของโลกในปี 2560 เมื่อพิจารณาจากมูลค่าส่งออกอาหาร พบว่า ไทยมีส่วนแบ่งตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น 2.36% จาก 2.34% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ เช่น สหรัฐฯ บราซิล และจีน ต่างมีส่วนแบ่งตลาดโลกลดลง เช่นเดียวกับอินเดียและเวียดนามที่เป็นเจ้าใหญ่ในภูมิภาคก็มีส่วนแบ่งตลาดโลกลดลง

