หน้าแรก เศรษฐกิจ มาดูกัน!! อาเ...

มาดูกัน!! อาเซียนกับ 9 ชาติผู้นำเศรษฐกิจโลก หารืออะไรช่วง 16-18 ก.ค.นี้ ที่กรุงเทพฯ

14.07.19 | 13:37 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 16-18 กรกฎาคมนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM) กับประเทศคู่เจรจา 9 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รัสเซีย สหรัฐ และแคนาดา ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่จะหารือเป็นรายประเทศ ดังนี้ สำหรับอาเซียน-จีน เป็นการติดตามความคืบหน้าความร่วมมือต่างๆ ภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) เช่น ผลการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และการเตรียมการสำหรับงาน China International Import Expo ที่จะจัดในเดือนพฤศจิกายน 2562 เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอสินค้าที่มีศักยภาพของอาเซียนในตลาดจีน การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและติดตามประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เช่น ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) และในระดับอนุภูมิภาค เช่น กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation: MLC) การติดตามความพร้อมของประเทศสมาชิกในการเริ่มใช้บังคับกฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้าฉบับใหม่ (Revised PSR) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ในวันที่ 1 สิงหาคม 2562

นางอรมนกล่าวว่า สำหรับอาเซียน-ญี่ปุ่น เป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระยะ 10 ปี (ASEAN-Japan 10-Year Strategic Economic Cooperation Roadmap) ระหว่างปี 2559-2568 และคณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอาเซียนและญี่ปุ่น (AEM-METI Economic and Industrial Cooperation Committee: AMEICC) รวมทั้งโครงการความร่วมมือด้านการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 และติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้พิธีสารฉบับที่หนึ่งเพื่อแก้ไขความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (First Protocol to Amend AJCEP) ซึ่งอาเซียนและญี่ปุ่นได้ลงนามพิธีสารฯ ครบทุกประเทศ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 โดยพิธีสารฯ ได้ผนวกเรื่องการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุน เข้ากับความตกลง AJCEP เดิมที่ครอบคลุมเฉพาะด้านการค้าสินค้า และไทยจะได้รับประโยชน์จากการที่ญี่ปุ่นผูกพันการเปิดตลาดบริการกับอาเซียนสูงกว่าที่ผูกพันไว้กับองค์การการค้าโลก อาทิ สาขาบริการด้านวิจัยและพัฒนา บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ บริการวิชาชีพ บริการธุรกิจอื่นๆ บริการโสตทัศน์ บริการก่อสร้าง บริการจัดจำหน่าย บริการสิ่งแวดล้อม บริการการเงิน และบริการขนส่งในบางกิจกรรม เป็นต้น ซึ่งญี่ปุ่นเปิดตลาดให้นักลงทุนไทยถือหุ้นได้ถึงร้อยละ 100 รวมทั้งยังเปิดตลาดบริการเพิ่มเติมตามที่ไทยเรียกร้องในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ บริการก่อสร้าง บริการการท่องเที่ยว บริการด้านโทรคมนาคม เป็นต้น จึงเป็นโอกาสให้นักลงทุนไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาบริการดังกล่าวสามารถเข้าไปลงทุนได้อย่างครบวงจร

นางอรมนกล่าวต่อว่า สำหรับอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี เป็นการติดตามความคืบหน้าสถานะในการบังคับใช้พิธีสารฉบับที่สาม เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-เกาหลี ที่ได้มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559 โดยมีผลบังคับใช้ใน 10 ประเทศภาคี ได้แก่ ไทย สาธารณรัฐเกาหลี เมียนมา สิงคโปร์ สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย กัมพูชา บรูไน และอินโดนีเซีย โดยเหลือเพียงเวียดนาม ซึ่งแจ้งว่าอยู่ระหว่างให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น หารือเกี่ยวกับการเจรจาเปิดเสรีสินค้าอ่อนไหวเพิ่มเติมภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-เกาหลี (AKTIGA) ซึ่ง อาเซียนได้ขอให้เกาหลีพิจารณาเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมจากเอฟทีเอปัจจุบัน และขณะนี้อาเซียนและเกาหลีอยู่ระหว่างกระบวนการแลกเปลี่ยนข้อเสนอการเปิดตลาด (Request & Offer) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการค้าและส่งออกให้กับผู้ประกอบการอาเซียนที่ต้องการทำธุรกิจในเกาหลีมากยิ่งขึ้น รวมทั้งผลักดันให้อาเซียนและเกาหลีสามารถบรรลุเป้าการค้า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563 ตามที่ผู้นำได้ตั้งเป้าไว้ รวมถึงหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของสาธารณรัฐเกาหลีในการจัดตั้ง “ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-เกาหลี ด้านมาตรฐาน ในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN-Korea Standards Cooperation Center in ASEAN)” ซึ่งสาธารณรัฐเกาหลีจะให้การสนับสนุนด้านการเงิน

สำหรับอาเซียน-อินเดีย จะหารือเกี่ยวกับการบังคับใช้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย ได้แก่ 1.ความตกลงการค้าสินค้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนและขอบเขตการทบทวนความตกลง ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน-อินเดีย (SEOM-India Consultations) ครั้งที่ 30 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 อาเซียนมีข้อสรุปให้การชะลอการเจรจาการทบทวน AITIGA และขอให้การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-อินเดีย และพุ่งเป้าหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ RCEP 2.ความตกลงการค้าบริการและการลงทุน ประเทศสมาชิกขอให้ประเทศที่เหลือเร่งให้สัตยาบันโดยเร็ว โดยประเทศที่ได้ลงสัตยาบันแล้ว ได้แก่ อินเดีย บรูไน มาเลเซีย เมียนมา สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ กัมพูชาอยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการภายใน ขณะที่ลาวอยู่ระหว่างการให้สัตยาบันในความตกลงการลงทุน

ในส่วนอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หารือความคืบหน้าการเตรียมการเพื่อยกระดับความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) ให้เป็นความตกลงการค้าเสรีที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ตามที่การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ครั้งที่ 23 ได้เห็นชอบแนวทางไว้เมื่อปี 2561 ซึ่งจะเริ่มต้นการเจรจารอบที่ 1 ในปี 2563 ส่วนอาเซียน-รัสเซีย จะหารือกำหนดการและเตรียมวาระสำหรับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและรัสเซีย (AEM-Russia Consultations) ครั้งที่ 8 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกันยายน ณ กรุงเทพฯ โดยมีประเด็นสำคัญ คือ การจัดทำร่างแผนงานความร่วมมือระหว่างอาเซียนและคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Commission: EEC) สำหรับปี 2562-2563 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคระหว่างอาเซียนและ EAEU

Advertisement

นางอรมนกล่าวอีกว่า สำหรับอาเซียน-สหรัฐ จะตามความคืบหน้าการดำเนินการความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ อาทิ โครงการ US-ASEAN Connect ที่ส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านธุรกิจระหว่างอาเซียนกับสหรัฐ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs และ Startups และภาคธุรกิจของอาเซียนพัฒนาปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจยุคใหม่ และโครงการ Inclusive Growth in ASEAN through Innovation, Trade, and E-Commerce (IGNITE) ที่เน้นให้เศรษฐกิจอาเซียนรวมตัวและเชื่อมโยงกันในระดับสูง ซึ่งที่ผ่านมาได้สนับสนุน บรูไน กัมพูชา สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ และเมียนมา ในการเชื่อมต่อระบบการแลกเปลี่ยนเอกสารใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์กับอาเซียนอื่นได้สำเร็จ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window : ASW)

สำหรับอาเซียน-แคนาดา ตามความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนงานส่งเสริมการค้าการลงทุน ค.ศ. 2016-2020 เพื่อยกกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรม มีเป้าหมายเพื่อขยายการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ระหว่างอาเซียนกับแคนาดาให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2020 และพิจารณาข้อสรุปผลการหารือความเป็นไปได้ในการจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียนและแคนาดาและข้อเสนอแนะการดำเนินงานต่อไป เพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-แคนาดา (AEM-Canada Consultations) ครั้งที่ 11 ณ กรุงเทพฯ