นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้แนวโน้มตลาดหุ้นทั่วโลกรวม ทั้งตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นอเมริกา และทองคำ ให้ผลตอบแทนดีปรับตัวเกิน 10% ขึ้นไป ในส่วนของไทยคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(แบงก์ชาติ)จะมีการลดดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในอีก 12 เดือนข้างหน้า และคาดว่าจะปรับลด 4 ครั้งใน 18 เดือนข้างหน้า โดยช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ คาดว่าธนาคารกลางของสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดดอกเบี้ยลง 50 สตางค์ หากเป็นเช่นนั้น เฟดคงมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มแย่ลงจึงต้องปรับลดดอกเบี้ยเพื่อป้องกันไว้ก่อน
“การที่เฟดเปลี่ยนจากการขึ้นดอกเบี้ยเป็นปรับลดดอกเบี้ย ส่งผลให้หุ้นและสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น เชื่อว่าครึ่งปีแรกหุ้นปรับตัวเป็นบวกทุกตัว สิ่งที่หน้าสนใจคือธนาคารกลางยุโรป ที่ปรับตัวติดลบอยู่ในขณะนี้ แต่เชื่อว่าจะปรับดอกเบี้ยขึ้นมาบวกในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือปี 2566 จึงส่งผลให้ดอกเบี้ยต่ำจะอยู่กับเรา นานกว่าที่คิด ส่วนไทยมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ย เพราะนโยบายป้องกันเงินบาทแข็งค่า ต่อไปจากนี้เทรนดอกเบี้ยเป็นขาลง หลายประเทศปรับลดแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์ เป็นต้น จึงเป็นไปได้ว่าแบงก์ชาติ จะลดดอกเบี้ยลงในอีก 12 เดือนข้างหน้า อาจปรับลดช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป” นายวิศิษฐ์กล่าว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า เชื่อว่าเงินยังไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงต่อ เพราะดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินต่างๆลดลง คาดว่าหลังจากนี้หุ้นจะขยับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่อาจไม่ได้พุ่งสูงในครั้งเดียวแต่จะค่อยๆขยับขึ้น
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส กล่าวว่า จากแนวโน้มของหุ้นและสินทรัพย์ต่างๆ ที่ปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ คาดว่าปี 2563 ตลาดหุ้นจะขึ้นสูงไปถึง 1,800 จุด อาจพุ่งสูงสุดถึง 1,900 จุด ช่วงสัมพันธ์ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ไปถึงปลายปีหน้า

