“ชุติมา”ทิ้งทวนล็อบบี้อินเดีย ยอมสรุป’อาร์เซ็ป”ส่งผลให้ลดภาษี0%เป็นสัดส่วน70%

15.07.19 | 02:32 น.

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเดินทางเยือนอินเดียช่วงวันที่ 7-10 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า เดินทางไปในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน และเป็นประธานรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในขณะนี้ โดยเดินทางไปพร้อมกับเลขาธิการอาเซียน และรัฐมนตรีการค้าของอินโดนีเซีย ในฐานะผู้ประสานงานคณะกรรมการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ระหว่างอาเซียน และคู่เจรจา 6 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพื่อไปพบปะกับรัฐมนตรีพาณิชย์และอุตสาหกรรมคนใหม่ของอินเดีย เพื่อเจรจาให้อินเดียร่วมกับสมาชิกอาร์เซ็ปผลักดันให้การเจรจาสำเร็จให้ได้ภายในปีนี้ตามเป้าหมายของผู้นำทั้ง 16 ชาติ

น.ส.ชุติมา กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่ได้หารือกันคือ การเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน, การคุ้มครองการลงทุน และกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดตลาด โดยอินเดียแจ้งว่า อินเดียต้องการผลักดันให้การเจรจาจบลงให้ได้ตามเป้าหมายเหมือนสมาชิกประเทศอื่น แต่การเปิดตลาดสินค้า และบริการยังไม่สมดุลกัน เพราะสมาชิกอื่น ต้องการให้อินเดียเปิดตลาดสินค้า แต่อินเดียยังระมัดระวังการเปิดตลาดสินค้า โดยเฉพาะกับประเทศที่อินเดียยังไม่มีความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ด้วย เช่น จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ขณะที่อินเดีย ต้องการให้สมาชิกอื่นเปิดตลาดบริการ แต่บางประเทศ ยังไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของอินเดีย ซึ่งจะต้องมาเจรจาต่อรองเพื่อหาจุดสมดุลร่วมกันให้ได้

”การเจรจาครั้งนี้ดีมาก เพราะอินเดียบอกว่า อยากผลักดันให้การเจรจาจบให้ได้ตามเป้าหมาย และอยากให้เพิ่มการประชุมให้มากขึ้น โดยเฉพาะระดับรัฐมนตรี ที่จะมีการประชุมอีก 2 ครั้งคือในเดือนก.ค. และเดือนก.ย.นี้ เพื่อเจรจาหาจุดสมดุลระหว่างการเปิดตลาดสินค้า และบริการร่วมกัน ซึ่งในส่วนของการเปิดตลาดบริการ ได้แจ้งอินเดียว่า อยากให้อินเดียระบุสาขาสำคัญๆ ที่อยากให้สมาชิกอื่นเปิดตลาดให้อินเดียไปเลย จากปัจจุบันที่อินเดียขอให้เปิดตลาดจำนวนมาก แต่เป็นสาขาที่หลายประเทศยังไม่พร้อมเปิดตลาด ซึ่งอินเดียรับปาก” น.ส.ชุติมา กล่าว

น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ล่าสุด อินเดีย มีสินค้าที่จะยอมลดภาษีเป็น 0% ทันทีที่ความตกลงอาร์เซ็ปมีผลบังคับใช้ในสัดส่วน 65% ของรายการสินค้าที่ค้าขายระหว่างสมาชิก แต่อินเดีย แจ้งว่า จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 70% ได้ หากสมาชิกอื่นยอมเปิดตลาดบริการให้สมดุลกับการเปิดตลาดสินค้าของอินเดีย ส่วนสินค้าในสัดส่วนที่เหลือ อินเดีย จะทยอยลดภาษีภายใน 10-25 ปี

” สำหรับไทย อินเดียยังต้องเจรจาต่อรองกับไทยในเรื่องการเปิดตลาดอีกเช่นกัน เพราะการยื่นรายการเปิดตลาดสินค้า และบริการ ยังตอบสนองซึ่งกันและกันไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย เร่งเจรจากับอินเดียเพื่อให้การเปิดตลาดตอบสนองซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน สมาชิกอื่น ที่ยังมีปัญหาระหว่างกันอยู่ ก็ต้องเร่งเจรจา 2 ฝ่าย เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน ก่อนที่จะมาหารือในภาพรวมกับสมาชิกอื่น เพื่อให้การเจรจาจบให้ได้ภายในปีนี้ ” น.ส.ชุติมา กล่าว

Advertisement