นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยถึง 7 ข้อเท็จจริงเรื่องค่าเงินบาทและการปรับตัวภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกว่า 1. เงินบาทแข็งค่ามีทั้งผู้ได้และเสียประโยชน์เงินบาทที่แข็งค่ามีทั้งผู้ได้ประโยชน์และผู้เสียประโยชน์บางทีเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์อาจไม่สบายใจว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น1 บาทรายได้จากการส่งออกหายไปแสนล้านบาทข้อเท็จจริงอีกด้านคือถ้าเงินบาทแข็งค่ารายจ่ายจากการต้องนำเข้าสินค้าอาทิน้ำมันเครื่องจักรวัตถุดิบจากต่างประเทศก็ลดลงเป็นแสนล้านบาทเช่นกันดังนั้นเรื่องค่าเงินบาทเป็นเหมือนเหรียญ2 ด้านที่ต้องดูทั้งด้านที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์
2. ตั้งแต่ต้นปี2562 เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้เป็นสำคัญเช่นการเปลี่ยนทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่เดิมตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในปีนี้และปีหน้าแต่สงครามการค้าและผลกระทบที่ชัดขึ้นโดยเฉพาะต่อการลงทุนทำให้ตลาดเปลี่ยนมุมมองว่าเฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้และมีผลทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากที่เคยคิดไว้ว่าจะแข็งค่าต่อเนื่องนอกจากนี้ยังมีปัจจัยในประเทศส่วนแรกคือไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดค่อนข้างมากโดยในช่วง5 เดือนแรกของปีนี้ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดแล้ว1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นเงินตราต่างประเทศที่เข้ามาแล้วต้องแลกเป็นเงินบาททำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและทั้งปี2562 คาดว่าจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัด2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐส่วนที่2 มีเงินจากต่างประเทศเข้ามาในไทยสูงขึ้นแม้ส่วนนี้ปริมาณไม่ได้มากถ้าเทียบกับการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดแต่ในบางช่วงที่มีมากก็ทำให้ค่าเงินมีมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นได้ในช่วง5 เดือนที่ผ่านมาเงินสุทธิที่ไหลเข้ามาตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย1.8-1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเช่นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้นมีรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งหลายกองทุนเมื่อก่อนมาลงทุนในไทยไม่ได้วันนี้สามารถกลับมาลงทุนได้ก็จะมีเงินส่วนนี้เข้ามาส่วนหนึ่งอันที่สองคือดัชนีMSCI ซึ่งนักลงทุนจะดูว่าดัชนีนี้แนะนำให้ไปลงทุนแต่ละประเทศเท่าใดโดยปรับน้ำหนักของไทยขึ้นเมื่อวันที่28 พฤษภาคมวันนั้นวันเดียวตลาดหลักทรัพย์ฯมียอดซื้อขายถึง2 แสนล้านบาทในตลาดพันธบัตรไทยเช่นกันJP Morgan ก็เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในพันธบัตรระยะยาวของไทยเวลาที่นักลงทุนกระจายการลงทุนไปประเทศต่างๆจะอ้างอิงดัชนีเหล่านี้ซึ่งด้านหนึ่งก็สะท้อนถึงเสถียรภาพและความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยแต่ทำให้มีเงินที่ไหลเข้ามาพักในระยะสั้นอยู่บ้าง
นายวิรไท กล่าวว่า 3. ธปท. เข้าไปดูแลบางช่วงที่เงินบาทแข็งค่าเร็วในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานของเศรษฐกิจเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจมีต่อผู้ประกอบการแต่ก็ระวังไม่ให้ถูกจัดเป็นประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงินเพื่อหวังผลทางการค้าที่ผ่านมา ธปท. ติดตามพัฒนาการของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดมีมาตรการหลายอย่างเพื่อดูแลไม่ให้เงินระยะสั้นกระทบอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งจะกระทบต่อเนื่องมายังผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจจริงในบางช่วงที่เงินบาทที่แข็งค่าเร็วไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจธปท. ในฐานะธนาคารกลางได้เข้าไปดูแลสะท้อนจากเงินสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องแต่ในอีกด้านหนึ่งที่ต้องระมัดระวังมากเนื่องจากสหรัฐกำลังจับตาประเทศที่แทรกแซงค่าเงินเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าโดยจะดูว่าธนาคารกลางแต่ละประเทศไปแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศมากน้อยแค่ไหนโดยเฉพาะประเทศที่เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงช่วงที่ผ่านมาไทยได้เจรจากับทางการสหรัฐโดยเน้นย้ำว่าไม่มีนโยบายเข้าไปบริหารจัดการค่าเงินเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าถ้าทำแบบนั้นเงินบาทคงไม่แข็งค่าขึ้นเหมือนที่เป็นอยู่
4. ในบริบทของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนยากจะคาดเดาผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความสามารถป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเรื่องการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนนอกจากเป็นเรื่องของธนาคารกลางแล้วอยากชวนให้ช่วยกันคิดและขอคำแนะนำจากผู้ประกอบการด้วยว่าทำอย่างไรเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของผู้ประกอบการทุกท่านด้วยว่าจะทำอย่างไรให้สามารถทนทานต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้นถ้าเปรียบกับหลายประเทศเงินบาทผันผวนค่อนข้างต่ำเช่นเมื่อเทียบกับเงินวอนของเกาหลีใต้เงินวอนผันผวนขึ้นลงแรงกว่าเงินบาทมากทำไมผู้ประกอบการของเกาหลีใต้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีกว่าไทย
นายวิรไท กล่าวว่า 5. การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนผ่านการซื้อสิทธิ์ที่จะซื้อหรือขายเงินสกุลต่างประเทศล่วงหน้า(ออพชั่น) เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่จะช่วยล็อกเรทเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนปัจจุบันภาครัฐมีโครงการออพชั่นช่วยชาติโดยสนับสนุนค่าธรรมเนียมที่ผ่านมาธปท. ได้ร่วมกับพันธมิตรช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้นปีที่แล้วมีโครงการออพชั่นช่วยชาติอธิบายง่ายๆคือโครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการซื้อประกันล็อกเรทไว้ล่วงหน้าถ้าเรารู้ว่าขายสินค้าจะได้เงินในอีก3 เดือนแต่ไม่รู้ว่าอีก3 เดือนอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นเท่าไรวันนี้จึงล็อกเรทไว้ก่อนถ้าอีก3 เดือนเรทดีกว่าเรทที่ล็อกไว้ก็ไม่ต้องใช้แต่ถ้าเรทในตลาดแย่กว่าก็ใช้สิทธิ์ที่ล็อกเรทไว้ตอนเริ่มมี8 ธนาคารมาร่วมและที่สำคัญคือรัฐบาลเห็นประโยชน์และจัดสรรงบประมาณให้ผู้ประกอบการลองใช้ซื้อประกันคนละ5 หมื่นบาทซึ่งช่วยล็อกเรทได้ประมาณ1.5 แสนดอลลาร์สหรัฐหรือ4.75 ล้านบาทเพียงแต่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมตอนหลังมีการทำเป็นอีเลิร์นนิ่งซึ่งปัจจุบันโครงการนี้ยังมีอยู่ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามได้จากธนาคารที่ร่วมโครงการ
6. ปัจจุบันสินค้าที่ส่งออก80% ยังตั้งราคาซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐขณะที่ส่งออกไปสหรัฐมีเพียง10% ในบริบทที่เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มผันผวนการตั้งราคาซื้อขายราคาสินค้าส่งออกในสกุลเงินของคู่ค้า(โลคัลเคอเรนซี่) หรือในรูปเงินบาทแทนดอลลาร์สหรัฐจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและลดต้นทุนได้โดยคำถามคือปัจจุบันทิศทางสหรัฐผันผวนสูงมากจากปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองภายในของสหรัฐฯทำไมเราไม่ใช้สกุลเงินของประเทศที่เราค้าขายกันโดยตรงเช่นส่งไปยุโรปทำไมไม่ใช้ยูโรส่งไปญี่ปุ่นทำไมไม่ใช้เยนเงินบาทกับเงินเยนเป็นเงินปลอดภัยเหมือนกันเยนแข็งบาทก็แข็งจึงมีแนวโน้มไปทางเดียวกันและสะดวกสำหรับคู่ค้าด้วยเพราะถ้าตั้งราคาซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐต้องแลกเยนเป็นดอลลาร์สหรัฐเสียส่วนต่างต่อหนึ่งและเมื่อได้ดอลลาร์สหรัฐมาแลกเป็นบาทก็เสียส่วนต่างอีกต่อหนึ่งแต่ถ้าทำบาทกับเยนโดยตรงจะสะดวกและถูกกว่าปัจจุบันมีการทำตั้งราคาซื้อขายโดยตรงระหว่างสกุลเงินบาทและสกุลเงินท้องถิ่นมากขึ้นบาทกับหยวนเมื่อก่อนทำได้เฉพาะมณฑลยูนนานปีที่แล้วเจรจากับธนาคารกลางจีนให้มีการตั้งราคาซื้อขายบาทกับหยวนโดยตรงทั่วจีนแล้วการส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นมากขึ้นจะลดต้นทุนในการต้องแลกเปลี่ยนหลายครั้งปัจจุบันเห็นผู้ส่งออกตั้งราคาซื้อขายเป็นเงินบาทเพิ่มมากขึ้นคิดเป็นประมาณ15% ของทั้งหมดบางตลาดตั้งราคาซื้อขายเป็นบาทสูงมากในบางผลิตภัณฑ์เช่นการส่งออกรถยนต์ไปออสเตรเลียเป็นเงินบาทถึง 30%
นายวิรไท กล่าวด้วยว่า 7. มองไปในอนาคตความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้มีแนวโน้มลดลงมีแต่จะเพิ่มขึ้นผู้ประกอบการควรปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าธรรมเนียมการปิดความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการทำธุรกิจในโลกสมัยใหม่มองไปข้างหน้าความเสี่ยงและความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไม่ลดลงเพราะปัจจัยสำคัญที่กำหนดค่าเงินบาทมาจากต่างประเทศเช่นจากอเมริกาหรือจากเบร็กซิทในยุโรปดังนั้นค่าเงินจะขึ้นหรือลงไม่มีใครคาดเดาได้ไม่อยากให้ผู้ประกอบการคาดเดาหรือเก็งกำไรดังที่ผู้ประกอบการบางท่านบอกว่าขอติดปลายนวมเล็กๆน้อยๆเพราะทำธุรกิจมาด้วยความยากลำบากจึงควรปิดความเสี่ยงโดยรวมค่าทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเป็นต้นทุนเหมือนต้นทุนปกติเหมือนการส่งสินค้าไปต่างประเทศต้องซื้อประกันการขนส่งสินค้าซึ่งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนก็เช่นเดียวกันควรเป็นส่วนหนึ่งของการทำประกันตามปกติ

