ก.ล.ต.จับมือปปง.และดีเอสไอ เตรียมเพิ่มโทษปั่นหุ้นฐานฟอกเงินเพิ่ม

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้ยกระดับความร่วมมือโดยการลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) แบบทวิภาคี 2 ฉบับ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการป้องปรามการกระทำผิดในตลาดทุน

“การร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของ ก.ล.ต. ในกระบวนการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องปรามการกระทำผิด ยกระดับความคุ้มครองผู้ลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน เนื่องจากปัจจุบันแนวโน้มการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี โดยก.ล.ต.จะเริ่มนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการติดตามความถี่ของการซื้อขายหุ้นที่มีความผิดปกติต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าจะเห็นชัดเจนภายในปีนี้”

พลตำรวจตรีปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ปปง.กำลังหารือกับก.ล.ต. และดีเอสไอ ในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ (พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ) ในกรณีการปั่นหุ้น ซึ่งอาจมีเพิ่มโทษการกระทำผิดตามตามกฎหมายของสำนักงานปปง.ร่วมด้วย เนื่องจากเห็นว่าการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

พลตำรวจตรีปรีชา กล่าวว่า มองว่าการกระทำความผิดฐานปั่นหุ้นมักมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายปปง. แต่ช่วงที่ผ่านมาผู้กระทำความผิดได้รับโทษใน่ส่วนของการจ่ายค่าปรับเท่านั้น ซึ่งทางหน่วยงานผู้กำกับดูแลทั้ง 3 หน่วยงาน จะมีการหารือร่วมกันว่านอกเหนือจากมาตรการทางแพ่งแล้วอาจมีการเอาความผิดทางอาญาเพิ่มด้วย โดยใช้กฎหมายฟอกเงินของปปง.มาดำเนินการร่วมเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิดให้หนักขึ้น เพื่อให้ไม่ทำผิดซ้ำอีกในอนาคต

“ขณะที่ปัจจุบันก.ล.ต.อยู่ระหว่างการพูดคุยกับดีเอสไอในฐานะเจ้าหน้าที่พนักงานสืบสวนสอบสวนว่า จะให้ปปง.เป็นผู้ดำเนินการกล่าวโทษหรือให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการกล่าวโทษได้เองทันที ซึ่งอาจต้องรอการพิจารณาข้อตกลงร่วมกันเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีการส่งเรื่องผู้กระทำความผิดที่ก.ล.ต.ฟ้องร้องทางแพ่งจำนวน 7-8 เรื่องมาให้ปปง.พิจารณา ซึ่งปปง.จะดำเนินการต่อให้ดีเอสไอ สอบสวนเพิ่มเติมให้ชัดเจนว่าเข้าข่ายกฎหมายฟอกเงินของปปง.ด้วยหรือไม่”พลตำรวจตรีปรีชากล่าว

 

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้5 เสี่ยนครพนม หุ้นซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล 5 ใบ ถูกรางวัลที่ 1 แบ่งกันคนละ 6 ล้าน
บทความถัดไปฝรั่งเศสฉลองวันชาติ-ชูกระชับสัมพันธ์ไทยครบ 333 ปี