ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังให้ผู้บริหารระดับสูงแต่ละกรมเข้ารายงานภารกิจงานที่รับผิดชอบและความคืบหน้าต่างๆ ว่า จากนี้จะเดินหน้า 4 เรื่องสำคัญ เป็นเรื่องเร่งด่วน ได้แก่ 1. การประกันรายได้เกษตรกร 2. เร่งรัดส่งออก 3. ควบคุมราคาสินค้าและดูแลค่าครองชีพประชาชน 4. เร่งรัดการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่ค้างท่อ โดยในส่วนเรื่องประกันรายได้เกษตรกร เบื้องต้นเน้นข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์มน้ำมัน
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนเรื่องการเร่งรัดการส่งออก ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันเพราะตอนนี้ตัวเลขส่งออกลดลงต่อเนื่อง โดยสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.) เฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ดำเนินการเชิญภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เข้ามาร่วมใน กรอ.ชุดนี้ เพื่อใช้เป็นเวทีในการช่วยปลดล็อกอุปสรรคทางการค้า เพราะเอกชนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ส่วนภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนกลไกต่างๆ ให้มีความสะดวกมากขึ้น
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า โดยเร่งรัดจัดตั้งภายใน 1 สัปดาห์และเริ่มประชุมนัดแรกทันที หลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาหรือภายในต้นเดือนสิงหาคม โดยกำหนดจัดการประชุมร่วมกันทุกเดือน โดยตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเป็นประธาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว หากแก้ได้ในระดับกระทรวงก็จะดำเนินการทันที หากเรื่องใดสัมพันธ์กับหลายหน่วยงานนอกกระทรวงจะเสนอแนวทางต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหา เพื่อเร่งรัดการส่งออกให้เกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุด ขณะเดียวกันจะขับเคลื่อนการค้าชายแดน ทั้งไทยกับมาเลเซีย ไทยกับพม่า ไทยกับลาว ไทยกับกัมพูชา เป็นต้น เพื่อสนับสนุนการส่งออกโดยภาพรวมของประเทศ
” การทบทวนตัวเลขเป้าหมายการส่งออกที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ 3% หรือไม่นั้น ยังต้องรอความชัดเจนภายหลังหารือร่วมกับทุกฝ่ายอีกครั้ง แต่จะพยายามทำให้การส่งออกไปได้ดีที่สุด น่าจะมีความชัดเจนหลังจากหารือกับภาคเอกชน ”
เมื่อสอบถามถึงแนวทางโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวข้องในเรื่องการสนับสนุนร้านธงฟ้าประชารัฐ นั้น นายจุรินทร์ เลี่ยงไม่ขอตอบในเรื่องนี้ในเวลานี้

