นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด หรือธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ไตรมาสที่ 2/2562 ว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ 76 ตัวอย่าง พบว่าดัชนีฯ ในไตรมาสที่ 2/2562 อยู่ที่ระดับ 51.1 จุด ลดลงจากไตรมาสที่ 1/2562 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากระดับ 51.5 จุด จากปัจจัยเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ที่ยังครอบคลุมบรรยากาศการส่งออก และปัญหาทางการเมืองที่ยังไม่นิ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้สัญญาณการจับจ่ายใช้สอยไม่โดดเด่นในช่วงนี้ แต่ในส่วนของดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าหลักทรัพย์ (เอ็มทีเอสไอ) ในช่วง 2/2562 เกินกว่า 50 จุด เกือบทุกตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในด้านของการค้ายังสามารถเติบโตได้
“ในส่วนของปัจจัยลบ ยังมีเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ พืชผลบางชนิดมีการปรับราคาขึ้นไม่มากทำให้ปั่นทอนรายได้ของประชาชน ในช่วงไตรมาสที่ 2/2562 รวมถึงในเรื่องของภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้ขาดแคลนน้ำทำการเกษตรในหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบที่ทำให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปไม่กล้าใช้จ่าย” นายธนวรรธน์กล่าว
ทั้งนี้ มองว่าในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด จะปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ และทรงตัวเกิน 50 จุด จากการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของภาครัฐอย่างเป็นทางการ ส่วนภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวอยู่ในกรอบ 2.8-3% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่อยู่ 2.8% จากเเรงส่งหลักที่อิงกับดัชนีการค้าปลีกทั้งระบบ ทั้งจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และผู้ประกอบการรายใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมนฑล ที่อยู่ที่ระดับ 53.6 ซึ่งสูงสุดในทุกภูมิภาค และมองว่าเศรษฐกิจครึ่งปีแรกของปี 2562 จะขยายตัวอยู่ในกรอบ 2.9-3%
นายสุรงค์ บูลกุล รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า ทางหอการค้าฯได้เสนอให้ภาครัฐบาลช่วยเหลือประชาชน เปิดกว้างเพิ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้สามารถใช้ได้ในร้านค้าโมเดิร์นเทรด เพื่อเป็นทางเลือกและเป็นประโยชน์ให้กับประชาชนในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น เพื่อสร้างความยุติธรรมรวมถึงให้ผู้มีรายได้ทุกระดับสามารถซื้อสินค้าในโมเดิร์นเทรดได้ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแก่ประชาชน ประมาณ 11 ล้านใบ ปีละประมาณ 50,000-70,000 ล้านบาทต่อปีอยู่แล้ว การเพิ่มร้านค้าเข้าไปจะช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยที่หลากหลายมากขึ้น
ด้านนายปราโมทย์ มนูพิบูลย์ ผู้ช่วยรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เสนอแนะให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อระยะสั้น อาทิ พิจารณาให้ผู้ประกอบการยื่นจดใบอนุญาตต่างๆ แบบวันสต๊อปเซอร์วิส เพื่อขยายสาขา ส่งเสริมเยาวชนและนักเรียนนักศึกษา ให้สามารถเข้าถึงการฝึกงานโดยพิจารณาขยายเกณฑ์อายุให้ต่ำลง เพื่อเป็นการกระจายรายได้ ส่วนการขึ้นค่าแรงขอให้พิจารณาถึงขีดความสามารถทางการแข่งขันต่อไป

