ชง ‘สนธิรัตน์’ รับทราบแผนก๊าซฯ 20 ปี ก่อนเปิดประชาพิจารณ์

24.07.19 | 05:48 น.

ชง”สนธิรัตน์”รับทราบแผนก๊าซฯ20 ปี ก่อนเปิดประชาพิจารณ์ ชงชี้ขาดกฟผ.นำเข้าแอลเอ็นจีรายที่ 2 จับตากกพ.ออกใบอนุญาตให้ผู้ชนะท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 นำเข้าก๊าซ

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะนำเสนอแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติระยะยาว 2561-80 ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) แล้ว ต่อนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรับทราบก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็น คาดว่าความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศจะเพิ่มขึ้นปีละ 0.8% โดยปี 2564 ก๊าซฯในประเทศจะไม่เพียงพอต้องนำก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพิ่มเติมและสร้างคลังแอลเอ็นจีปี 2565 ในพื้นที่ภาคใต้เพื่อป้อนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้จะรายงานความคืบหน้ากรณีรัฐมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้ารายใหม่ในการจัดหาแอลเอ็นจีไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าของ กฟผ.เอง โดยผลการประมูลพบว่าปิโตรนาสแอลเอ็นจี ประเทศมาเลเซียชนะประมูลด้วยราคาต่ำสุดแต่ยังไม่มีการอนุมัติให้นำเข้าเนื่องจากติดปัญหาค่า เทก ออร์ เพย์ (ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย)

แหล่งข่าวกล่าวว่า พร้อมกันนี้จะรายงานถึงแนวทางการสนับสนุน โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ของกระทรวงพลังงานที่ก่อนหน้านี้มีมติ กบง.เห็นชอบให้กระทรวงพลังงานเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง (ใบอนุญาตเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซ และใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ) ให้กับภาคเอกชนที่ได้รับสัมปทานโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งผู้ชนะประมูลคือบริษัทกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์ ซึ่งเป็นการร่วมกลุ่มกันระหว่าง บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินอล จำกัด