หน้าแรก เศรษฐกิจ “สุริยะ”พร้อม...

“สุริยะ”พร้อมเจรจาคิงส์เกต หวังยุติปัญหาฟ้องเรียกค่าเสียหายรัฐบาลไทย

24.07.19 | 01:56 น.

“สุริยะ”พร้อมเจรจาคิงส์เกต หวังยุติปัญหาฟ้องเรียกค่าเสียหายรัฐบาลไทย สั่งการบ้านผู้บริหารทุกหน่วยงานทำผลงาน 100 วันอุตฯทำได้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย บริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน) ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี ฟ้องร้องรัฐบาลไทย หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามม.44 สั่งปิดเหมืองแร่ทองคำ จ.พิจิตร จนทำให้ไทยเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ และล่าสุดอัคราระบุพร้อมเจรจากับรัฐบาลไทย ว่า ยินดีให้ผู้บริหารอัครา เข้ามาหารือ หากได้รับการติดต่อเข้ามา เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน

นายสุริยะกล่าวว่า นอกจากนี้ได้ให้การบ้านผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ไปเร่งทำนโยบาย 100 วันอุตสาหกรรมทำได้ โดยเน้นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย อาทิ แนวทางการลดต้นทุนผู้ประกอบการ เพิ่มผลิตภาพทางการผลิต อำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการคนตัวเล็ก ต้องหาแนวทางแก้ปัญหา พร้อมทั้งส่งเสริมให้ตรงจุด การดูแลสิ่งแวดล้อม หากเรื่องใดติดปัญหากับกระทรวงอื่นจะหารือแก้ระดับนโยบายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีเหมืองทองอัครา หลังเกิดปัญหาการร้องเรียนจากชาวบ้านและมีการตั้งคณะทำงานจากหลายกระทรวงร่วมพิสูจน์ แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ คสช.จึงใช้อำนาจม.44 สั่งระงับการทำเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เหมืองทองอัครา ต้องยกเลิกการทำเหมือง และมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากไม่มีข้อพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากการทำเหมืองทองของบริษัทฯ ต่อมานายเกร็ก ฟาวลิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อัคราฯ สมัยนั้น เดินทางมาไทยขอพบนางอรรชกา ศรีบุญเรือง สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมสมัย แต่นางอรรชากา ให้นายสมชาย หาญหิรัญ สมัยเป็นปลัดกระทรวง พบแทน และต่อมาเปลี่ยนรัฐมนตรีเป็นนายอุตตม สาวนายน ก็ไม่ให้พบเช่นกัน สุดท้ายทำให้คิงเกตฯ บริษัทแม่ของอัคราฯ ตัดสินใจฟ้องรัฐบาลไทย ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศทย-ออสเตรเลีย (ทาฟต้า)

รายงานข่าวจากผู้ประกอบการเหมือง กล่าวว่า ประเมินตัวเลขความเสียโอกาสของเหมืองอัครา วัดจากปริมาณสำรองแร่ทอง 8.9 แสนออนซ์ คิดเป็นวงเงินปริมาณ 37,020 ล้านบาท และเงิน 8.3 ล้านออนซ์ คิดเป็นวงเงินประมาณ 3,984 ล้านบาท สามารถผลิตได้ในช่วง 8-10 ปีข้างหน้า รวมมูลค่า 41,004 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณสำรองที่คาดว่าจะมี ประกอบด้วย ทอง 162 ล้านออนซ์ เงิน 28.4 ล้านออนซ์ ข้อมูลเหล่านี้คิงส์เกตได้ยื่นต่ออนุญาโตฯให้พิจารณาแล้ว นอกจากนี้ยังมีความเสียหายอื่นๆ อาทิ การเยียวยาพนักงาน เพราะจนถึงปัจจุบันทางรัฐบาลก็ยังไม่มีข้อยุติทางวิทยาศาสตร์ว่าเหมืองอัคราปล่อยสารพิษจนกระทบต่อสุขภาพของประชาชนรอบเหมือง แต่ใช้อำนาจตามม.44 สั่งปิดเหมือง ทางคิงส์เกตจึงฟ้องร้องว่าไทยละเมิดการค้าเสรีระหว่างไทยกับออสเตรเลีย

Advertisement