นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก ประจำไตรมาส 2 ปี 2562 โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ทั่วประเทศ จำนวน 2,186 ตัวอย่าง พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก ไตรมาส 2 ปี 2562 อยู่ที่ระดับ 42.4 ปรับลดลงจากไตรมาส 1 ปี 2562 ที่อยู่ระดับ 46.1 เนื่องจากประชาชนฐานรากมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จากรายได้ที่ลดลง ราคาสินค้าเกษตรยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนจึงยังระมัดระวังการใช้จ่าย สำหรับระดับความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานราก ในอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้ามีมุมมองที่ดีขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 43.3 แต่ยังคงมีความกังวลต่อปัญหา ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ในการผลักดันนโยบาย และมาตรการต่างๆ
“สำหรับปัจจัยบวกต่อดัชนีฐานรากไตรมาส 2 คือการบริโภคภาคเอกชนและค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยทั้งภาคเกษตรกรรมและนอกภาคเกษตรกรรม มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้ภาครัฐยังมีมาตรการ หรือโครงการเพื่อช่วยเหลือ ผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการพยุงเศรษฐกิจช่วงกลางปีผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการลดภาระค่าธรรมเนียม ค่าจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์สาหรับผู้มีรายได้น้อย สำหรับปัจจัยลบ เป็นเรื่องของการส่งออกสินค้าลดลงตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐอเมริกา ผลผลิตทางการเกษตรปรับลดลง และราคาสินค้าเกษตรบางรายการยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ กระทบต่อรายได้และกำลังซื้อของเกษตรกรส่วนใหญ่ นอกจากนี้การจ้างงานภาคเกษตรกรรมหดตัว เนื่องจากการลดลงของการปลูกข้าว อ้อยและยางพารา”นายชาติชายกล่าว

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาดัชนีความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ เทียบกับไตรมาสก่อน พบว่ามีเพียงด้านการจับจ่ายใช้สอยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 74.4 จากไตรมาสก่อน 73.7เป็นผลจากภาระการใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม ส่วนความสามารถในการชำระหนี้สิน การออม การหารายได้ โอกาสในการหางานทำ และภาวะเศรษฐกิจปรับตัวลดลงทุกตัวเมื่อเทียบไตรมาสก่อน เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจขยายตัวชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ส่งผลต่อ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน
“ในไตรมาสหน้ายังคงมีประเด็นที่ต้องติดตาม คือ การผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ และความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐต่อผู้มีรายได้น้อย ดังนั้นรัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อให้โครงการที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ดำเนินการต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น” นายชาติชายกล่าว

