หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาคมผู้ส่งออ...

สมาคมผู้ส่งออกข้าว หั่นเป้าเหลือ 9 ล้านตัน เร่งรัฐบาลแก้วิกฤตแล้งและค่าบาทแข็ง(ชมคลิป)

24.07.19 | 15:15 น.

ร.ต.ท. เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ปรับลดเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยปี 2562 จากตั้งเป้าเดือนมกราคมไว้ที่  9.5 ล้านต้น เป็น 9 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 4,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 145,000 ล้านบาท (อิงค่าบาท 30.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) เนื่องจากการส่งออกยังเจอปัจจัยลบหลายด้าน ได้แก่ 1.เงินบาทแข็งค่าขึ้นและแข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่งสำคัญ อย่างเวียดนาม อินเดีย ปากีสถาน เป็นต้น ซึ่งค่าบาทที่แข็งขึ้นทุก 1% มีผลต่อราคาส่งออกข้าวขาว(5%)สูงขึ้น 5 เหรียญสหรัฐต่อตัน และข้าวหอมมะลิสูงขึ้น 10 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งจากต้นปีบาทแข็งมีผลให้ราคาส่งออกข้าวสูงขึ้นแล้ว 25 เหรียญสหรัฐต่อตัน 2.การแข่งขันในตลาดโลกสูงขึ้นและเปลี่ยนแปลงสูง อาทิ จีนที่มีสต๊อกกว่า100 ล้านตันทยอยระบายเข้าตลาดโลกในราคาต่ำ ประเทศนำเข้า เช่น ฟิลิปปินส์ปรับนโยบายนำเข้าแบบเสรีแทนการกำหนดโควต้า ความนิยมชนิดข้าวพื้นนิ่มมากขึ้นแต่ไทยมีข้าวชนิดนี้

ร.ต.ท. เจริญ กล่าวว่า 3. ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ปลูกข้าวโดยเฉพาะภาคอีสาน แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว กำลังประสบปัญหาแล้งขาดน้ำปลูกข้าวอย่างรุนแรง ประเมินว่าหากในเดือนสิงหาคมนี้ ยังไม่มีฝนตกแบบสม่ำเสมอต่อเนื่อง หรือฝนไปตกหนักในช่วงเก็บเกี่ยว จะส่งผลให้ผลผลิตข้าวหายไปจากตลาดจำนวนมาก ยิ่งส่งผลต่อราคาข้าวสูงขึ้นและแข่งขันในตลาดข้าวโลกได้ลดลง และ 4. นโยบายรัฐบาลใหม่ ที่จะนำการประกันรายได้มาใช้ ต้องดูว่าจะมีผลต่ออุตสาหกรรมอย่างไร ซึ่งสมาคมฯได้เตรียมปัญหาต่างๆเข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้รัฐบาลกำหนดแนวทางดูแลข้างทั้งระบบตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าหารือในการกำหนดแนวทางดูแลตลาดด้วย โดยเห็นด้วยที่จะเอาการตลาดนำการผลิตทั้งดูแลปริมาณและคุณภาพชนิดข้าวที่ตรงกับความต้องการตลาด

“เรื่องประกันรายได้ อยากเห็นการใช้งบประมาณในการช่วยเหลือชาวที่ที่ประสบปัญหาแล้ง ลดภาระค่าใช้จ่าย และพัฒนาพันธ์ข้าว การจะแจกพันธุ์ข้าวแต่ไม่มีน้ำ ก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้ชาวนาอีสานกลบข้าวแห้งตาย 2 รอบแล้ว ซึ่งในแต่ละปีรัฐบาลจะใช้งบเป็นแสนล้านบาทในการดูแลชาวนา ก็น่าจะเริ่มคิดใหม่ทำใหม่เพื่อให้อุตสาหกรรมยั่งยืน แทนที่จะพยุงราคาต้นทางอย่างในอดีต แล้งนี้ภาคกลางและภาคอื่นๆ อาจไม่กระทบหนักเท่าภาคอีสาน ”  ร.ต.ท. เจริญ กล่าว