นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. เชิญผู้แทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย), ผู้ประกอบการกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล, ผู้ประกอบกิจการมีเดียเอเยนซี่, เจ้าของผลิตภัณฑ์, ผู้ผลิตเนื้อหารายการ และผู้จัดทำเรตติ้งในประเทศไทย ได้แก่ สมาคมวิจัยเพื่อพัฒนาสื่อ (ประเทศไทย) (เอ็มอาร์ดีเอ), บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท พีเอสไอ บรอดคาสติ้ง จำกัด เพื่อร่วมประชุมรับฟังแนวทางและวิธีการสำรวจความนิยมช่องรายการโทรทัศน์ (เรตติ้ง) พร้อมทั้ง เสนอแนะการจัดทำเรตติ้ง เพื่อเป็นแนวทางในการกำกับดูแลเรื่องเรตติ้งในประเทศไทย และแนวทางในการสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรกลางเกี่ยวกับการสำรวจความนิยมช่องรายการโทรทัศน์
นายฐากร กล่าวว่า จากนี้สมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะมีการจัดตั้งองค์กรกลางเกี่ยวกับการสำรวจความนิยมช่องรายการโทรทัศน์ขึ้น โดยต้องเสนอรายชื่อผู้จัดทำเรตติ้งที่ผ่านการคัดเลือก ภายในเดือนตุลาคม 2562 ถัดมา กสทช. โดยคณะอนุกรรมการกำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล (คณะอนุกรรมการเยียวยา) จะเป็นผู้พิจารณาทุนประเดิมภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน 431 ล้านบาท จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อ

“ปัจจุบัน กสทช. ปฏิบัติหน้าที่ฐานะองค์กรกำกับดูแลอยู่แล้ว หากจะให้มีหน้าที่จัดทำเรตติ้งด้วยคงไม่เหมาะสม จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ที่ต้องเลือกผู้จัดทำเรตติ้งที่เหมาะสม และน่าเชื่อถือ โดย กสทช. มีหน้าที่ในการกำกับดูแลการจัดสรรเงินให้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์เท่านั้น” นายฐากร กล่าว
นายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการและอดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด เปิดเผยว่า การสำรวจเรตติ้ง เป็นตัวช่วยหนึ่งที่มีความสำคัญทำให้ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่ยังอยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง และเป็นการสะท้อนข้อเท็จจริงในการสำรวจเรตติ้งที่ถูกต้องและเป็นธรรม แต่ที่ผ่านมา เข้าใจมาโดยตลอดว่า กสทช. จะเป็นผู้สนับสนุน และดูแลในเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะการให้เงินทุนประเดิม เพราะเมื่อมีองค์กรกลางเกี่ยวกับการสำรวจเรตติ้ง ทีวีดิจิทัลที่เหลืออยู่ ต้องแบ่งภาระค่าใช้จ่ายรายละ 8 ล้านบาทต่อปี รวม 15 ช่อง เป็นเงิน 120 ล้านบาทต่อปี และหากคำนวณจากอายุใบอนุญาตที่เหลืออยู่ 10 ปี ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแต่ละรายต้องแบ่งภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นเงิน 80 ล้านบาท
“ถ้าเป็นไปได้อยากให้ กสทช. เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสำรวจเรตติ้งให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลด้วย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่เหลืออยู่อยู่รอดต่อไปได้ ท่ามกลางกระแสดิจิทัลดิรัปชั่น และทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว” นายประวิทย์ กล่าว
นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เปิดเผยว่า จะพิจารณาคัดเลือกผู้จัดทำเรตติ้งจาก 2 ปัจจัย คือ 1.เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และ 2.เป็นข้อมูลที่เอเยนซี่จะเลือกใช้ในการวางแผนซื้อสื่อโฆษณา ซึ่งต้องมีการหารือร่วมกันในสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลอีกครั้ง




