เขตศก.พิเศษชายแดน ไปต่ออย่างไรประยุทธ์2/1
ย้อนดูผลงานรัฐบาล ประยุทธ์ 1 ด้านการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ หลายคนอาจเคยคุ้นหูกับนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ที่ถือว่ามีความคืบหน้าทั้งองค์ประกอบด้านกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนจากเอกชน และการพัฒนาเมืองใหม่
แม้สะดุดไปบ้างจากโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่มีการลงนามอย่างเป็นทางการสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อม 3 สนามบิน แต่หลังการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ก็น่าจะขับเคลื่อน อีอีซีให้เดินหน้าต่อไปได้
ก่อนกำเนิดอีอีซีมีนโยบายจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลุกปั้นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (เอสอีแซด) 10 จังหวัด สระแก้ว ตาก มุกดาหาร ตราด สงขลา หนองคาย นราธิวาส เชียงราย นครพนม และกาญจนบุรี วางเป้าขับเคลื่อน 5 ปี
มุ่งหมายเพื่อเชื่อมโยงการลงทุน กระจายรายได้สู่ภูมิภาค
จนถึงวันนี้อาจกล่าวได้ว่าขยับไปได้อย่างล่าช้า อุปสรรคถาโถมหลายด้าน โดยเฉพาะความน่าสนใจของพื้นที่ลงทุน และการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เอง โดยมีเจ้าภาพหลักคือ กระทรวงมหาดไทย ผ่านทางผู้ว่าราชการของทั้ง 10 จังหวัด
เอสอีแซดได้รับการจัดสรรงบประมาณช่วง 5 ปี สูงถึง 37,452 ล้านบาท แบ่งเป็น ปี 2558 ได้ 2,377 ล้านบาท ปี 2559 ได้ 6,168 ล้านบาท ปี 2560 ได้ 10,267 ล้านบาท ปี 2561 ได้ 9,883 ล้านบาท และปี 2562 ได้ 8,757 ล้านบาท จัดสรรให้กับพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน 67% ส่งเสริมการลงทุนและประชาสัมพันธ์ 1% ความมั่นคง ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ และแรงงาน 1% นิคมอุตสาหกรรม 3% สาธารณสุข 3% ผังเมือง 4% โลจิสติกส์ 7% ด้านศุลกากร และด้านเกษตร 14%
เมื่อตรวจสอบความก้าวหน้าการจัดหาที่ดินและบริหารจัดการ ขณะนี้มี 8 เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษคืบหน้า ประกอบด้วย
1.สระแก้ว อ.อรัญประเทศ แปลงที่ 1 กรมศุลกากรอยู่ระหว่างก่อสร้างด่าน CIQ คาดแล้วเสร็จปี 2562 และแปลงที่ 2 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ก่อสร้างนิคมฯ ระยะที่ 1 แล้วเสร็จ และเปิดให้บริการแล้ว/การก่อสร้างระยะที่ 2 แล้วเสร็จ โรงงานจะทยอยเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562
2.ตราด อ.คลองใหญ่ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เช่าที่ดินพฤศจิกายน 2559 ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับแผนการดำเนินงานเพื่อเริ่มการลงทุน 3.กาญจนบุรี อ.เมือง บริษัท พร้อมเพรียงชัย ก่อสร้าง จำกัด เช่าที่ดินแล้วเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2561 ปัจจุบันเตรียมการเข้าใช้พื้นที่ 4.ตาก อ.แม่สอด ให้เอกชนและ กนอ.เช่า โดยกรมธนารักษ์อยู่ระหว่างสรรหานักลงทุน 5.สงขลา อ.สะเดา กนอ.มีแผนจัดตั้งนิคมฯบนที่ราชพัสดุ 2 แปลง แบ่งออกเป็น แปลงที่ 1 กนอ.เช่าพื้นที่แล้ว และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ข้อเสนอโครงการลงทุนก่อสร้างนิคมฯแล้ว เริ่มก่อสร้างเมษายน 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จมกราคม 2564 และแปลงที่ 2 อยู่ระหว่างการดำเนินการ
6.นครพนม อ.เมือง บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับสิทธิพัฒนา และกรมธนารักษ์อยู่ระหว่างพิจารณาให้บริษัทฯเช่าที่ดิน 7.มุกดาหาร อ.เมือง 8.หนองคาย อ.สระใคร โดยทั้ง 2 จังหวัดนี้อยู่ระหว่างเปิดประมูลให้เอกชนลงทุน และให้กรมธนารักษ์ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในที่ราชพัสดุ อีก 2 จังหวัด คือ นราธิวาสและเชียงราย ยังไม่มีความคืบหน้า
ด้านกฎหมาย แม้จะจัดทำร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. … มาตั้งแต่ปี 2558 แต่ก็ทำคลอดไม่สำเร็จจนถึงขณะนี้
ตลอด 5 ปีในการเปิดรับการลงทุนใน 10 เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ แม้รัฐบาลจะอัดสิทธิประโยชน์และมาตรการทางภาษี
เต็มที่ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำหนด 13 กลุ่มกิจการเป้าหมายจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ลดหย่อน 50% อีก 5 ปี
ให้ใช้แรงงานต่างด้าว ยื่นใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2558-30 ธันวาคม 2563 ทั้งจากกรมสรรพากร ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 20% เหลือ 10% ใน 10 รอบบัญชี และยื่นใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 10 กันยายน 2558-30 ธันวาคม 2563
กรมศุลกากรลดทุนจดทะเบียนของผู้ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป จาก 10 ล้านบาท เหลือ 5 ล้านบาท และเขตปลอดอากรต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อาทิ เงินลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท อนุญาตให้นำเครื่องจักรใช้แล้วในประเทศมาใช้ในโครงการที่ขอรับการส่งเสริมฯได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท
กลับปรากฏแรงดึงดูดในการลงทุนเบาบางมีคำขอเพียง 66 โครงการ มูลค่า 10,800 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนไทย ส่วนต่างชาติมีญี่ปุ่นเป็นเบอร์หนึ่ง
เมื่อจำแนกมูลค่าลงทุนทั้งหมดเป็นคำขอลงทุนใน จ.ตาก มากที่สุด 30 โครงการ มูลค่า 3,873 ล้านบาท รองลงมาคือ จ.สงขลา 9 โครงการ 2,463 ล้านบาท และสระแก้ว 6 โครงการ 1,880 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดอยู่ในความดูแลของ กนอ. ส่วนพื้นที่ที่เหลืออยู่ในความดูแลของจังหวัด เอกชนดำเนินการ
สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงบทบาทของ กนอ.ในเรื่องนี้ว่า นโยบายจัดตั้ง 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน กนอ.ได้รับมอบหมายให้ดูแล 3 นิคมอุตสาหกรรมชายแดน คือ สระแก้ว สงขลา และตาก ส่วนหนึ่งของพื้นที่รวมที่จังหวัดดูแล ขณะนี้นิคมฯสระแก้วคืบหน้ามากที่สุด มีการพัฒนาพื้นที่รองรับเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100% เน้นเอสเอ็มอี โดยอยู่ระหว่างการเตรียมเปิดนิคมฯอย่างเป็นทางการคาดว่าน่าจะเปิดได้ประมาณเดือนสิงหาคมนี้ ขณะที่นิคมฯสงขลา อ.สะเดา จ.สงขลา คืบหน้าเช่นกัน บริษัทผู้รับเหมาเข้าไปดำเนินการพัฒนาพื้นที่แล้วตั้งแต่เดือนเมษายน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 18 เดือน หรือเสร็จกลางปี 2563 ส่วนนิคมฯตาก อยู่ระหว่างรอส่งมอบจากกรมธนารักษ์
อย่างไรก็ตาม จากความเชื่องช้าจนแทบจะล้มเหลวของนโยบายนี้ก็มีอีกโมเดลหนึ่งที่น่าสนใจ แหล่งข่าวจากแวดวงอุตสาหกรรมรายหนึ่ง ระบุว่า หากจะให้นโยบายนี้ประสบความสำเร็จรัฐควรล้างไพ่และมองในมุมกลับกัน นั่นคือ ไทยควรเข้าไปใช้พื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน อาจเป็นรูปแบบเช่าพื้นที่ 50-100 ปี แล้วพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากไทยเข้าไปพื้นที่ปลายทาง เพื่อให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติใช้สิทธิประโยชน์ของประเทศปลายทางที่น่าสนใจกว่าไทย โดยเฉพาะด้านต้นทุนแรงงาน สิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) เพราะการจัดตั้งฝั่งไทยมีต้นทุนสูงกว่าฝั่งเพื่อนบ้านอย่างมาก โดยเฉพาะค่าแรงของไทยระดับปัจจุบันที่สูง แต่ในมุมของแรงงานอยากเข้ามาทำงานในไทยแน่นอน
จากการติดตามความคืบหน้าทั้ง 10 เขต พบว่ามี 2 เขตที่ยังไม่มีการเข้าพื้นที่ อาจใช้แนวทางนี้กับ 2 พื้นที่นี้ก็ได้ เพราะหากยังฝืนกับโมเดลเดิมจะไม่มีทางสำเร็จ เพราะไม่มีความคุ้มทุนทางธุรกิจ ทั้งนี้ ต้องอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาลหลังจากนี้
ขณะที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการพลิกฟื้นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนให้กลับมามีชีวิตชีวา เพียงสั้นๆ ว่า จะขอหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเร็วๆ นี้จะเรียกประชุม ยืนยันว่าจะมีความชัดเจนในแนวทางของรัฐบาลต่อเรื่องนี้แน่นอน
มาถึงตรงนี้เขตเศรษฐกิจพิเศชายแดนจะไปต่ออย่างไรใน ประยุทธ์ 2/1 ต้องติดตาม

